‘วิกฤติน้ำมันอากาศยานยุโรป’ ส่อรุนแรงปลายปี หลังสงครามอิหร่านกระทบอุปทานจากตะวันออกกลาง จนต้องเร่งหันพึ่งแหล่งนำเข้าไกลถึงเอเชีย ดันเกาหลีใต้ส่งออกน้ำมันเจ็ตไปยุโรปพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ท่ามกลางสต็อกยุโรปที่ร่วงต่ำสุดในรอบ 7 ปี
“ยุโรป” กำลังเผชิญ “ภาวะขาดแคลนน้ำมันอากาศยาน” (น้ำมันเจ็ต) ในช่วงไตรมาส 4 หลังสงครามอิหร่านกระทบแหล่งอุปทานจากตะวันออกกลาง จนต้องเร่งหันไปนำเข้าจากแหล่งที่อยู่ไกลออกไป โดยเฉพาะ “เกาหลีใต้” ซึ่งกำลังส่งออกน้ำมันอากาศยานไปยุโรป “สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี”
Energy Aspects บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน ประเมินว่า ยุโรปอาจขาดแคลนน้ำมันอากาศยานสูงถึง 510,000 บาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 สวนทางกับสหรัฐที่คาดว่าจะมีอุปทานส่วนเกิน 18,000 บาร์เรลต่อวัน และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีส่วนเกินถึง 419,000 บาร์เรลต่อวัน
สำนักข่าวรอยเตอร์สเผยว่า สถานการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังสงครามอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อกว่า 6 เดือนก่อน กระทบการส่งออกจากตะวันออกกลาง ซึ่งเดิมคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของการนำเข้าน้ำมันอากาศยานของยุโรป ส่งผลให้ยุโรปต้องเพิ่มการนำเข้าจากแหล่งอื่น ทั้งไนจีเรีย สหรัฐ แคนาดา และล่าสุดคือเกาหลีใต้
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า ในเดือนกันยายน ยุโรปนำเข้าน้ำมันอากาศยานจากเกาหลีใต้แล้วเฉลี่ย 129,000 บาร์เรลต่อวัน สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565
ขณะที่สต็อกน้ำมันในศูนย์กลางการกลั่นและจัดเก็บ Amsterdam-Rotterdam-Antwerp (ARA) ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี
อีกปัจจัยที่หนุนการส่งออกจากเอเชียคือ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในยุโรปที่สูงกว่าเอเชียมากขึ้น ทำให้การขนส่งน้ำมันจากเอเชียไปขายในยุโรปมีความคุ้มค่ามากขึ้น โดยน้ำมันอากาศยานจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์กลั่น Middle Distillates เช่นเดียวกับดีเซล ซึ่งราคาดีเซลในยุโรปเพิ่งพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ “เอเชีย” ถือเป็นแหล่งอุปทานน้ำมันเครื่องบินแบบ “Swing Supplier” ของยุโรป กล่าวคือ เป็นแหล่งที่สามารถเข้ามาช่วยเติมอุปทานได้ตามภาวะตลาด โดยปกติผู้ค้าจะหันมาซื้อน้ำมันจากเอเชียเมื่อเห็นว่าโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาระหว่างสองภูมิภาค หรือ “Arbitrage” อยู่ในระดับที่คุ้มค่า
ด้านเกาหลีใต้มีอุปทานรองรับเพิ่มขึ้น โดยการผลิตน้ำมันอากาศยานในเดือนกรกฎาคมแตะเกือบ 13.89 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่ปริมาณส่งออกสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง หลังโรงกลั่นเพิ่มอัตราการกลั่นน้ำมันดิบ โดยปริมาณการกลั่นในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 16% จากเดือนมิถุนายน
เจมส์ โนเอล-เบสวิก หัวหน้าฝ่ายสินค้าโภคภัณฑ์ของ Sparta Commodities มองว่า ตราบใดที่ยุโรปยังมีอุปทานน้ำมันอากาศยานไม่เพียงพอ การนำเข้าจากต่างภูมิภาคก็มีแนวโน้มดำเนินต่อไป โดย “เอเชีย” จะยังทำหน้าที่เป็นหนึ่งในแหล่งอุปทานสำคัญเมื่อส่วนต่างราคาระหว่างสองภูมิภาคเอื้อต่อการค้า
อ้างอิง: reuters





