วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

ขาดทุนแต่ยังไม่ตาย ‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ พา ‘AirAsia’ ฝ่ามรสุมหนี้-ลดเที่ยวบิน ย้ำไม่ง้อรัฐบาลอุ้ม

เปิดใจ “โทนี่ เฟอร์นานเดส” บิ๊กแอร์เอเชียออกโรงแถลงเรียกความเชื่อมั่น หลังหุ้นกราวรูดทีเดียว 21% มูลค่าตกรวม 70% ภายในปีเดียว สาเหตุโดมิโน่วิกฤติน้ำมันแพงแต่ขึ้นค่าตั๋วไม่ได้ แบกต้นทุนหนักตัดสินใจลีนด้วยการลดเที่ยวบิน 60 เที่ยว ระดมหากระแสเงินสดในมือให้มากที่สุด ย้ำ สภาพคล่องยังดี เตรียมระดมทุน 1,000 ล้านดอลลาร์ ไม่เรียกร้องรัฐบาลมาเลเซียช่วยอุ้ม

KEY POINTS

  • กระแสข่าว “แอร์เอเชีย” หุ้นตก-หนี้ท่วม โหมกระพือแรงขึ้นเรื่อยๆ จน “โทนี่ เฟอร์นานเดส” แม่ทัพใหญ่แห่งแอร์เอเชียต้องออกโรง-ตั้งโต๊ะแถลงด้วยตัวเองที่กรุงเทพ
  • “โทนี่” ระบุว่า ปัญหาลุกลามมาตั้งแต่วิกฤติราคาน้ำมันแพง ขายตั๋วไปโดยอ้างอิงจากราคาน้ำมัน 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หลังจากนั้นไม่นานราคาน้ำมันก็ทะยานสู่ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 
  • จนถึงตอนนี้ “แอร์เอเชีย” จัดการโครงสร้างต้นทุนใหม่ทั้งหมด โดยมุ่งไปที่การปรับลดเที่ยวบินซึ่งเป็นต้นทุนที่ใหญ่ที่สุด พร้อมกับเตรียมออกหุ้นกู้-ระดมทุน 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรีไฟแนนซ์เงินกู้ดอกเบี้ยสูงรวมถึงโปะหนี้ให้กับเจ้าหนี้บางส่วน ย้ำว่า “แอร์เอเชีย” ยังแข็งแกร่ง และจะกลับมาฟื้นอีกครั้งในช่วงสองไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

ภายหลังกระแสข่าว “หุ้นแอร์เอเชีย” ดิ่งหนัก จากสถานการณ์ทางการเงินที่ไม่สู้ดี ผลพวงจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานกลับสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่สายการบินต้องแบกมาตั้งแต่วิกฤติราคาน้ำมันเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดูจะย่ำแย่ลงทุกวัน

จึงเป็นที่มาของการตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดยหัวเรือใหญ่ “โทนี่ เฟอร์นานเดส” (Tony Fernandes) ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา แอร์เอเชียกรุ๊ป เบอร์ฮาด ถึงที่มาที่ไปของปัญหา และลำดับการกอบกู้วิกฤติสายการบินต้นทุนต่ำที่สุดในโลกแห่งมาเลเซียในขณะนี้

เริ่มจากวิกฤติราคาน้ำมัน-ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ “โดมิโน่ตัวแรก” ทำ “AirAsia” เซ

“โทนี่” ระบุว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่เหมือนกับโควิด-19 ที่กินระยะเวลา 3-4 ปี เพราะภาวะสงครามที่ยืดเยื้อเช่นนี้ไม่สามารถประเมินภายใต้กรอบเวลาที่แน่นอนได้ว่า จะจบลงวันไหน

เขาออกตัวว่า ตนเองไม่ใช่นักรัฐศาสตร์ ไม่ใช่นักการเมือง แต่ก็พอจะเห็นเค้าลางความเป็นไปได้ของสถานการณ์ หากนานกว่านี้คงไม่ส่งผลดีกับใครทั้งนั้นโดยเฉพาะฟากฝั่งธุรกิจ แต่ถึงอย่างนั้น โทนี่” ก็มองว่า สถานการณ์น่าจะลากยาวออกไปอีก นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ “แอร์เอเชีย” (AirAsia) ต้องเร่งปรับตัวจริงจัง

ขาดทุนแต่ยังไม่ตาย ‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ พา ‘AirAsia’ ฝ่ามรสุมหนี้-ลดเที่ยวบิน ย้ำไม่ง้อรัฐบาลอุ้ม

ที่ผ่านมา “แอร์เอเชีย” ขายตั๋วไปได้เยอะมาก ซึ่งในช่วงเวลานั้นราคาน้ำมันยังต่ำกว่านี้ (85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ทว่า ทันทีที่สงครามปะทุขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันกระโดดขึ้นทันที กลายเป็น 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถึงอย่างนั้น “แอร์เอเชีย” ก็คงไม่สามารถเก็บค่าตั๋วเพิ่มเติมจากผู้โดยสารได้ “โทนี่” พูดติดตลกว่า “ผมไม่สามารถไปเก็บเงินคุณเพิ่มได้ว่า ผมคงไปบอกคุณไม่ได้ว่า ขอโทษที คุณจ่ายมา 200 บาท แต่เพราะ โดนัลด์ ทรัมป์ คุณต้องจ่ายให้ผมเพิ่มอีก 200 บาทนะ”

ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากฝ่ายขนส่งสินค้า (Cargo) สิ่งที่ “แอร์เอเชีย” กำลังทำและดำเนินการอยู่ คือการปรับโครงสร้างต้นทุน โดยเฉพาะการปรับอัตราค่าโดยสารขึ้นจากเดิมล้อไปกับราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง “โทนี่” ระบุว่า ถ้าราคาน้ำมันยังเป็นเช่นนี้ แน่นอนว่า ค่าโดยสารก็จะคงอัตราเท่านี้ต่อไป เทียบกับราคาเดิมราคาตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นกว่า 20-25% เข้าไปแล้ว

“ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว แน่นอนว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 เป็นไตรมาสที่แย่ที่สุด เพราะเราขายตั๋วทั้งหมดยึดจากราคาน้ำมัน 85 ดอลลาร์ แต่สุดท้ายเราต้องบันทึกค่าใช้จ่ายราคาน้ำมันเกือบๆ 190 ดอลลาร์ เราต้องใช้เงินสดจ่ายค่าน้ำมัน และตอนนี้ก็กำลังเร่งหาเงินสำรองเข้ามาใหม่ เรายังคงเป็นสายการบินที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในโลก เราจึงยังคงมีค่าโดยสารที่ต่ำที่สุด”

ขาดทุนแต่ยังไม่ตาย ‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ พา ‘AirAsia’ ฝ่ามรสุมหนี้-ลดเที่ยวบิน ย้ำไม่ง้อรัฐบาลอุ้ม

ทั้งนี้ “โทนี่” ยังชี้แจงถึงกระแสข่าวเรื่องสายการบินอื่นมาแทนที่ “แอร์เอเชีย” ระบุว่า เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่สามารถเช่นนั้นได้ “แอร์เอเชีย” เกิดจากการวางโครงสร้างต้นทุนที่ทำให้สายการบินตั้งราคาตั๋วโดยสารได้ต่ำที่สุด จะดึงสายการบินอื่นมารองรับ “Capacity” ไปได้โดยอัตโนมัติจึงเป็นไปไม่ได้เลย

ย้ำว่า ได้รับการยืนยันจากรัฐบาลมาเลเซียแล้วว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอน วิธีคิดไม่ใช่เพียงการนำผู้โดยสารถ่ายจากสายการบินหนึ่งไปอีกสายการบินหนึ่ง ใจความสำคัญอยู่ที่โครงสร้างต้นทุน แบรนด์ การตลาด เครือข่าย และการเชื่อมต่อเที่ยวบิน (Interlining

“จุดแข็งของเราคือโครงสร้างต้นทุน ส่วนการรีไฟแนนซ์ก็เป็นเรื่องของต้นทุนเช่นกัน ไม่ใช่เรื่องทุนใหม่แต่เป็นการลดต้นทุนลง ปีนี้เราขนส่งผู้โดยสารไปแล้ว 43 ล้านคน และเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ผมคิดว่า เราจะเข้าใกล้ 65-70 ล้านคน ซึ่งใหญ่กว่าสายการบินใดๆ ในอาเซียนที่เคยทำมา ปีหน้าเราตั้งเป้าไว้ที่ 80 ล้านคน มาเลเซียมีส่วนแบ่งตลาด 60% ส่วนประเทศไทยอยู่ที่ 39% แน่นอนว่า ในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เราตัวเล็กกว่า แต่ด้วยเครื่องบินลำใหม่ เรามั่นใจว่าจะเติบโตมากขึ้น”

ขาดทุนแต่ยังไม่ตาย ‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ พา ‘AirAsia’ ฝ่ามรสุมหนี้-ลดเที่ยวบิน ย้ำไม่ง้อรัฐบาลอุ้ม

หั่นเที่ยวบิน-รักษากระแสเงินสด-คืนเครื่องบินเก่า ย้ำ ไม่ต้องการให้รัฐบาลมาอุ้ม

ที่ผ่านมา “แอร์เอเชีย” แก้วิกฤติระยะสั้นด้วยการหั่นเที่ยวบินพร้อมกับพับแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ โดยก่อนหน้านี้ตัดเที่ยวบินไปแล้ว 60 เส้นทาง และในไตรมาสที่ 3 และ 4 จะดึงกลับมา 25 เส้นทางหลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย มั่นใจว่า ผลประกอบการอีกสองไตรมาสสุดท้ายที่เหลือจะเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นตามลำดับ แม้ยังไม่ฟื้นตัว 100% แต่สิ่งที่เร่งทำตอนนี้ คือความพยายามในการตัดต้นทุนส่วนอื่นๆ เพื่อรักษากระแสเงินสดในมือ ซึ่งเป็นแกนสำคัญของการประคองธุรกิจในช่วงเวลานี้

“โทนี่” เน้นย้ำถึงกระแสข่าววิกฤติจนถึงขั้นโดนยึดเครื่องบินคืนว่าไม่เป็นความจริง ระบุ “เป็นเรื่องแต่ง” แต่ชี้ให้เห็นว่า เครื่องบินบางส่วนเป็นรุ่นเก่าที่เผาผลาญน้ำมันมากกว่า จึงมีแผนคืนเครื่องบินเก่าท่ามกลางแผนลดเที่ยวบินลง ในระยะยาวจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกมหาศาล พร้อมกันนี้ยังมีแผนนำ AI มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเพื่อการจัดการต้นทุนและส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายได้จากบริการเสริม (Ancillary income revenue management

จนถึงตอนนี้ต้นทุนราคาน้ำมันเริ่มคงที่ราว 160-180 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ถ้าในอนาคตพุ่งไปถึง 250 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล “โทนี่” บอกว่า มีโอกาสที่ “แอร์เอเชีย” ต้องปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารอีกครั้ง ส่วนในไทยแม้การแข่งขันสูงแต่มีแนวโน้มเติบโตในทิศทางบวก มีการทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำงานร่วมกับภาครัฐมากขึ้น ส่วนประเทศอื่นๆ อย่าง “อินโดนีเซีย” หรือ “ฟิลิปปินส์” กำลังจะมีเงินทุนไหลเข้ามา ประเทศทำเงินดาวเด่นที่สุดตอนนี้ ได้แก่ “กัมพูชา” แม้มีขนาดตลาดเล็กแต่ปรับตัวได้ไวที่สุด

ส่วนประเด็นการอุ้มจากรัฐบาล “โทนี่” แจงชัด ไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลตลอดระยะเวลา 25 ปี ไม่มีแม้แต่การหารือร่วมกัน ย้ำว่า “แอร์เอเชีย” สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและน้ำตา ไม่มีสปอนเซอร์กระเป๋าหนัก ไม่มี “Sugar Daddy” องค์กรนี้เติบโตมาด้วยตัวเองตลอด และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ตนเองภาคภูมิใจ ทั้งนี้ หากในอนาคตรัฐบาลเล็งเห็นอยากสร้างประโยชน์ร่วมกันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีเครื่องบินลำไหนถูกสั่งห้ามบิน ไม่มีเครื่องบินลำไหนถูกยึดคืน “แอร์เอเชีย” ไม่มีปัญหากับใคร ไม่มีคดีความใดๆ ทั้งนั้น

ขาดทุนแต่ยังไม่ตาย ‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ พา ‘AirAsia’ ฝ่ามรสุมหนี้-ลดเที่ยวบิน ย้ำไม่ง้อรัฐบาลอุ้ม

โต้ข่าวระดมทุนตัวเลขเกินจริง ต้องการเพียง “1,000 ล้าน” ไม่มีแผนปลดคน

ด้านปัญหาหนี้สินคงค้าง แม่ทัพแอร์เอเชีย ระบุว่า ต้องการระดมทุนเพียง 1,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ไม่ใช่ 3,000 ล้านดอลลาร์ตามที่ปรากฏในข่าว ทั้งยังบอกด้วยว่า ไม่ทราบว่า ตัวเลขนี้มีแหล่งที่มาจากไหน เพราะตนเองบอกตัวเลข 1,000 ล้านดอลลาร์ไปหลายครั้งแล้ว โดยจะนำเงินก้อนนี้ไปใช้รีไฟแนนซ์เงินกู้ดอกเบี้ยสูง รวมถึงชำระหนี้กับเจ้าหนี้บางส่วน 

“ไม่มีนักวิเคราะห์คนไหนเขียน 3,000 ล้านดอลลาร์ แต่สื่อกลับลงตัวเลข 3,000 ล้านดอลลาร์ เอามาจากไหนกัน ผมไม่ได้ต้องการหนี้เพิ่ม ผมไม่ชอบหนี้ และไม่คิดว่ามีใครในที่นี้ชอบหนี้ ผมต้องการให้กระแสเงินสดเป็นบวกและไม่มีหนี้อีกครั้ง เป้าหมายของเราคือทำให้เสร็จในเดือนธันวาคมหรือมกราคม และเรามั่นใจมากว่า จะทำได้”

ส่วนหนี้สินราว 18,700 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 620,000 ล้านบาท เป็นเพียงหนี้สินในอนาคต ไม่ใช่หนี้สินรอชำระในเร็ววันนี้ จากจำนวน 18,700 ล้านดอลลาร์ “โทนี่” ระบุว่า 13,000 ล้านดอลลาร์มาจากสัญญาเช่าเครื่องบิน ซึ่งมีการชำระเงินล่วงหน้าและจ่ายค่าซ่อมบำรุงไปแล้ว ดังนั้น หนี้สินจริงๆ จึงไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวเลขตามกระแสข่าวแต่อย่างใด 

ขาดทุนแต่ยังไม่ตาย ‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ พา ‘AirAsia’ ฝ่ามรสุมหนี้-ลดเที่ยวบิน ย้ำไม่ง้อรัฐบาลอุ้ม

แผนในการควบคุมต้นทุนที่เป็นใจกลางปัญหามากที่สุดอย่างการปรับลดเที่ยวบินได้ทำไปแล้ว ส่วนกระแสข่าวเรื่องการปรับลดคนหรือเลิกจ้าง “โทนี่” ระบุว่า เคยมีแผนในลักษณะดังกล่าวในช่วงโควิด-19 มีทั้งขอให้ลาหยุดและลดค่าจ้าง แต่ปัจจุบันทุกคนได้กลับมาทำงานตามปกติแล้ว ไม่มีแผนเช่นนั้นอีก และพูดกันตามตรงต้นทุนด้านทรัพยากรบุคคลไม่ได้เป็นองค์ประกอบใหญ่ที่มีนัยสำคัญกับโครงสร้างต้นทุน

“แอร์เอเชียไม่ใช่สายการบินเดียวที่ถูกบังคับให้ขึ้นค่าตั๋ว ทุกสายการบินต้องทำเหมือนกัน ดังนั้น ตราบใดที่ยังมีความแตกต่างระหว่างเรากับสายการบิน Full-service ก็จะมีช่องว่างให้คนเลือกบินกับเราเสมอ จุดที่คนไม่สามารถบินได้เพราะราคาแพงเกินไปยังอีกไกลมาก เพราะแม้ราคาตั๋วจะปรับขึ้นแต่ความต้องการซื้อยังแข็งแกร่งมาก นับตั้งแต่ปี 2562 จนถึงตอนนี้ ราคาตั๋วโดยสารปรับขึ้นมาประมาณ 40-45% แต่ความต้องการบินไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย”