วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2569

Login
Login

วอลล์สตรีทไขปม ‘สี จิ้นผิง’ ไม่ร่วมดินเนอร์ BRICS มีปัญหาสุขภาพจริงหรือ?

แหล่งข่าวเปิดเผยกับวอลล์สตรีทเจอร์นัล สี จิ้นผิง ไม่ร่วมงานเลี้ยงผู้นำ BRICS ที่อินเดียเพราะไม่สบาย ก่อให้เกิดการคาดการณ์กันไปต่าง ๆ นานาถึงสุขภาพของเขา ขณะที่มีกำหนดจะเยือนสหรัฐในอีกไม่กี่วันนี้

วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า สี จิ้นผิง ถอนตัวจากงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบกาลาดินเนอร์สำหรับผู้นำ BRICS นาทีสุดท้าย เมื่อวันเสาร์สัปดาห์ก่อน (12 ก.ย.) ที่กรุงนิวเดลี ต้องให้ หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเข้าร่วมงานแทน รับหน้าที่คุยกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย และผู้นำคนอื่น ๆ แทน

การที่สีหายหน้าไปจากงานสำคัญกลายเป็นที่สงสัยกันมาก เพราะนี่คือการเยือนอินเดียครั้งแรกในรอบเจ็ดปีของเขา ประเทศที่มีความสัมพันธ์ปั่นป่วนกับจีนมาหลายปี ทั้งสองประเทศเจอภาษีสูงลิ่วจากสหรัฐเหมือนๆกัน และสีเองก็เป็นคนตอบรับคำเชิญของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีว่าจะมาร่วมงานกาลาดินเนอร์

การหายหน้าไปของสีทำให้คำถามที่วนเวียนอยู่รอบตัวเขามานานหลายเดือนชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นคือคำถามที่ว่า ผู้นำวัย 73 ปีรายนี้มีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะบริหารประเทศจีนต่อไปอย่างไม่มีกำหนดหรือไม่ และทางการจีนเตรียมเปิดเผยข้อมูลใดบ้างเกี่ยวกับตัวเขา ก่อนที่สีจะเดินทางไปเยือนสหรัฐในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าสี กำลังป่วยหนัก หรือมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบหรือเป็นลมหมดสติแต่อย่างใด ตามที่มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

The Press Trust of India สำนักข่าวหลักของอินเดียรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศอินเดียมองข้ออ้างดังกล่าวเป็นเพียง “ข่าวลวง” แหล่งข่าวกล่าวว่า สี “กลับห้องพักในโรงแรมไปพักผ่อน” วีดีโอก็เผยให้เห็นชัดอยู่แล้วว่า เขาเดินขึ้นไบดันเครื่องบินได้โดยไม่ต้องมีใครช่วยพยุง

กระนั้น ผู้สันทัดกรณียังบอกว่า เขาไม่ค่อยสบาย สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันไม่ได้ตอบคำถามที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลสอบถามไป

สัปดาห์หน้าสีมีกำหนดเยือนวอชิงตันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบกว่าสิบปี มีกำหนดพบกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.)

หากสีไม่ไปจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปไกลกว่าแค่ ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน แหล่งข่าววงในระบุว่ากำหนดการเยือนยังคงดำเนินต่อไปตามแผน โดยรองนายกรัฐมนตรีเหอ ลี่เฟิง ผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจของสี   และ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ จะพบหารือกันที่นครนิวยอร์กในสุดสัปดาห์นี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้งสอง ส่วนทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) ว่า “เราจะมีการประชุมที่ดีมาก”

เหตุการณ์ในอินเดียเน้นย้ำถึงลักษณะที่คงอยู่มายาวนานของการเมืองจีน สุขภาพของผู้นำจีนที่ทรงอำนาจที่สุดนับตั้งแต่เหมาเจ๋อตงเป็นความลับของรัฐที่ถูกปกปิดไว้อย่างแน่นหนาเสียจนกระทั่งแม้แต่การไม่ร่วมงานเลี้ยงอาหารเย็นก็อาจทำให้นักสังเกตการณ์จีนต้องวุ่นวาย

ตรงข้ามกับผู้นำอีกคนในงานเดียวกัน ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซาของแอฟริกาใต้ก็ไม่ร่วมงานเพราะมีปัญหาสุขภาพในเวลานั้น สำนักงานของเขาแถลงง่าย ๆ ว่า แพทย์แนะนำให้พักผ่อน แต่รัฐบาลปักกิ่งไม่บอกอะไรเกี่ยวกับสีเลย

เรื่องนี้สำคัญในตอนนี้เพราะยังไม่มีคำตอบว่า ใครจะเป็นคนสืบทอดอำนาจต่อจากสี หลังจากยกเลิกการจำกัดวาระประธานาธิบดีในปี 2018 และไม่ตั้งใครเป็นทายาท สีทำให้จีนปราศจากความชัดเจน ดังนั้นสัญญาณความอ่อนแอใด ๆ อาจนำไปสู่วิกฤติได้

“ปัญหาของระบบการเมืองจีนคือการขาดกระบวนการสืบทอดอำนาจที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ” มินซิน เพ่ย อาจารย์จากวิทยาลัยแคลร์มอนต์ แมคเคนนา รัฐแคลิฟอร์เนีย และบรรณาธิการวารสารรายไตรมาส China Leadership Monitor กล่าว

“หากผู้นำสูงสุดเกิดภาวะถดถอยทางร่างกายหรือจิตใจ ระบบการเมืองย่อมไม่อยู่ในสถานะที่จะรับมือกับวิกฤตการณ์ได้”

การที่สี ไม่ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นในวันนั้น จุดชนวนให้เกิดการพูดถึงเหตุการณ์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องสภาพร่างกายของเขา เช่น เมื่อปลายเดือน ส.ค. ระหว่างการเดินทางไปคีร์กิซสถานเพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ คลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางแสดงให้เห็นเขาเดินจับมือเผิง ลี่หยวน ภริยา ก้าวลงบันไดเครื่องบินอย่างช้าๆ และตัวแข็งทื่อ สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนได้ออกอากาศภาพที่เขาโบกมือจากประตูห้องโดยสารและภาพที่เขาเดินลงบนพรมแดง แต่ไม่ได้เผยแพร่ภาพตอนที่เขาก้าวลงบันได

  • 70 ยังแจ๋ว

ในพิธีสวนสนามที่ปักกิ่งเมื่อเดือน ก.ย. 2025 สี คุยกับปูติน ขณะที่ไมโครโฟนยังเปิดอยู่เรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะและการมีอายุยืนถึง 150 ปีสี กล่าวว่า “อายุ 70 ​​ปีก็ยังถือว่าเด็กอยู่” ปูตินยืนยันถึงการสนทนานี้ แต่สถานีโทรทัศน์จีนได้ตัดเหตุการณ์นี้ออกจากการออกอากาศ

เดือน ธ.ค. 2024 เมื่อสี เดินทางถึงมาเก๊าเพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 25 ปีการส่งมอบดินแดนคืนสู่การปกครองของจีน ภาพวีดีโอเผยให้เห็นเขากำลังจับมือกับเผิง ขณะเดินลงบันไดเครื่องบิน สื่อจีนในต่างประเทศบางสำนักตีความภาพดังกล่าวว่าเป็นการที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งช่วยประคองสามีอย่างแนบเนียน และระบุว่ามีการตัดเสียงที่เธอพูดเตือนให้เขาระวังหรือให้เดินช้าลงออกไป ขณะที่สื่อของทางการจีนนำเสนอภาพเดียวกันนี้ในมุมมองที่ตรงกันข้าม โดยตีความการจับมือดังกล่าวว่าเป็นภาพสะท้อนความรักใคร่ผูกพันฉันสามีภรรยา และมองว่าสีต่างหากที่เป็นฝ่ายช่วยประคองภรรยา

ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่ถือเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ และนักวิเคราะห์ต่างเตือนไม่ให้ด่วนสรุปหรือตีความเกินจริงจากลักษณะท่าเดินที่ดูแข็งเกร็งของผู้นำจีน แต่สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ สี มีปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพตามปกติเช่นเดียวกับชายในวัย 70 ปีทั่วไป

ดื่มสุรา-สูบจัด-น้ำหนักเกิน

เดนนิส ไวลเดอร์ อดีตนักวิเคราะห์อาวุโสด้านจีนของสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ปัจจุบันสังกัดมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ บรรยายลักษณะของสีว่า เป็นผู้ที่สูบบุหรี่มาตลอดชีวิต มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ไม่ชอบการออกกำลังกาย และเป็นคนที่นิยมการดื่มสังสรรค์มาอย่างยาวนาน

ฉิน กัง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เคยกล่าวกับไวลเดอร์ว่า สี “ชื่นชอบการดื่ม” และทั้งสองคนก็มีความสนิทสนมกันจากการได้ดื่มเหล้าเหมาไถ สุรากลั่นจากธัญพืชที่มีรสแรงและเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นนำของจีน ร่วมกันระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวบินระยะไกล

“พวกเขาจะดื่มกันจนเมามายไม่ได้สติ” ไวลเดอร์หวนนึกถึงความหลัง

จีนปกปิดปัญหาสุขภาพของผู้นำมาโดยตลอด ไวลเดอร์ย้อนรำลึกถึงความพยายามอย่างสุดกำลังของทางการปักกิ่งในช่วงปีท้ายๆ ของเหมาเจ๋อตง

“ตอนที่เขาพบกับนิกสันที่ปักกิ่งในปี 1972 นั้น มีโรงพยาบาลขนาดย่อมเตรียมพร้อมอยู่หลังฉาก อาการป่วยของเขาหนักมากตอนที่นิกสันมาถึง พวกเขาไม่รู้แน่ชัดว่าจะได้เข้าพบเหมาเมื่อไร แต่จู่ๆ ก็ได้รับแจ้งให้เข้าไปพบภายใน 15 นาที เพราะทางทีมงานกำลังพยายามประเมินว่าเมื่อไรที่อาการของเขาจะดีขึ้นพอที่จะให้เข้าพบได้” ไวลเดอร์เล่า

ถึงตอนนี้บททดสอบที่ชัดเจนที่สุดอยู่บนปฏิทิน สีมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ทางการปักกิ่งยังไม่ได้ยืนยัน เมื่อวันศุกร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวเพียงว่า รัฐบาลทั้งสองฝ่ายกำลังหารือเรื่องการ “พบปะกันระหว่างผู้นำทั้งสองภายในปีนี้”

หากสีเดินทางมาถึงและดูมีสุขภาพแข็งแรงกระฉับกระเฉง ข้อกังขาต่าง ๆ ก็จะลดลงไปเอง แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น คำถามเกี่ยวกับสุขภาพของเขาและสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากยุคสมัยสี จะยิ่งทวีความรุนแรงและถูกพูดถึงมากขึ้น