วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นทุบสถิติ ประชากรอายุ 100 ปี ทะลุแสนคน สวนทางเด็กเกิดใหม่ ซ้ำวิกฤติขาดแรงงาน

ล่าสุดญี่ปุ่นมีประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปทะลุ 100,000 คนเป็นครั้งแรก ซึ่งกว่า 88% เป็นผู้หญิง ขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ยังคงดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

KEY POINTS

  • ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไปทะลุ 100,000 คนเป็นครั้งแรก โดยทำสถิติสูงสุดที่ 107,677 คน ซึ่งเป็นผลจากความก้าวหน้าทางการแพทย์และวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ
  • จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับอัตราการเกิดใหม่ที่ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยอัตราเจริญพันธุ์ร่วงลงเหลือเพียง 1.14 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์รักษาระดับประชากร
  • ความไม่สมดุลของโครงสร้างประชากรส่งผลให้กำลังแรงงานหดตัว เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานรุนแรง และสร้างภาระมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคมของประเทศ

วิกฤติประชากรญี่ปุ่นยังเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นมีประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปทะลุ 100,000 คนเป็นครั้งแรก โดยทำสถิติสูงสุดที่ 107,677 คนในปีนี้ ซึ่งกว่า 88% เป็นผู้หญิง ขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ยังคงดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ บั่นทอนกำลังแรงงานและสร้างภาระมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นที่ระบุว่า จำนวนประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากปี 2025 ถึง 7,914 คน นับเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 56 แล้ว

เคนอิจิโร อูเอโนะ รัฐมนตรีสาธารณสุขฯ ชี้ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ รวมถึงวิถีชีวิตและอาหารการกินที่ถูกสุขลักษณะ คือปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง

นักวิจัยระบุว่าความลับของการมีอายุยืนยาวของชาวญี่ปุ่นมาจากหลายองค์ประกอบรวมกัน ตั้งแต่อาหารดั้งเดิมที่เน้นปลา ผัก และข้าว ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวต่ำ ทำให้อัตราโรคอ้วนต่ำกว่าชาติตะวันตกอย่างมาก ไปจนถึงวิถีชีวิตประจำวันที่เน้นการเดิน ปั่นจักรยาน และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ตลอดจนระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาและยาได้ในราคาที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับประเทศอย่างสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังตัวเลขที่น่ายินดีนี้คือความไม่สมดุลในโครงสร้างประชากร ข้อมูลของรัฐบาลระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 95 ปีขึ้นไปมากกว่า 800,000 คน แต่กลับมีเด็กเกิดใหม่เพียง 700,000 คน

ปัจจุบัน ประชากรญี่ปุ่นเกือบ 3 ใน 10 นั้นมีอายุ 65 ปีขึ้นไป และคาดว่าสัดส่วนผู้สูงวัยจะพุ่งเกือบ 40% ภายในปี 2070 ขณะที่อัตราเจริญพันธุ์รวมหรือค่าเฉลี่ยการมีบุตรของผู้หญิงหนึ่งคน ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.14 ในปี 2025 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 2.1 ที่เป็นเกณฑ์พื้นฐานในการรักษาระดับประชากรให้คงที่โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อพยพ

นักสังคมวิทยาชี้ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราการเกิดตกต่ำมาจากค่านิยมการแต่งงานที่ลดลงหรือแต่งงานช้าลง ประกอบกับความกังวลของกลุ่มคนหนุ่มสาวเกี่ยวกับความไม่มั่นคงในการจ้างงาน ค่าจ้างที่หยุดนิ่ง และชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานและกดดัน นอกจากนี้ ภาระการดูแลบุตรและงานบ้านที่ยังคงตกเป็นของผู้หญิงเป็นหลัก ทำให้การสร้างครอบครัวควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางการงานกลายเป็นเรื่องยาก แม้รัฐบาลจะพยายามอัดฉีดมาตรการจูงใจ เช่น เงินอุดหนุนบุตร และโครงการลาคลอด แต่ก็ยังไม่สามารถพลิกฟื้นวิกฤติระยะยาวนี้ได้

ภาวะดังกล่าวทำให้จำนวนประชากรญี่ปุ่นโดยรวมหดตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยเคยทำสถิติสูงสุดที่ราว 128 ล้านคนในปี 2008 แต่สถาบันวิจัยประชากรและหลักประกันสังคมแห่งชาติคาดการณ์ว่า ตัวเลขนี้จะร่วงลงเกือบ 30% เหลือเพียง 87 ล้านคนภายในปี 2070

ข้อมูลสำมะโนประชากรเบื้องต้นยังชี้ว่า ในปี 2025 ประชากรใน 45 จาก 47 จังหวัดปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อนหน้า มีเพียงโตเกียวและโอกินาวาเท่านั้นที่มีประชากรเพิ่มขึ้น

นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ระบุว่า การหดตัวของประชากรและอัตราการเกิดที่ตกต่ำคือความท้าทายระดับชาติ เนื่องจากวิกฤตินี้กำลังสั่นคลอนรากฐานทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างหนัก วัยแรงงานที่หดตัวลงหมายถึงผู้เสียภาษีเงินได้และเงินสมทบประกันสังคมที่ลดลง สวนทางกับรายจ่ายด้านบำนาญ สาธารณสุข และการดูแลผู้สูงอายุที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความไม่สมดุลนี้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อการคลังสาธารณะ และกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องแบกรับภาระอุ้มชูระบบ นอกจากนี้ ภาวะขาดแคลนแรงงานยังลุกลามกระทบหลายภาคส่วน ตั้งแต่การก่อสร้าง เกษตรกรรม ขนส่ง ไปจนถึงภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ประสบปัญหาอย่างหนักเมื่อคนหนุ่มสาวย้ายถิ่นฐานเข้าเมือง ทิ้งให้ชุมชนผู้สูงอายุต้องรับมือกับบริการสาธารณะที่ถดถอย ขณะที่การเปิดรับผู้อพยพเพื่อชดเชยแรงงานยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองระดับชาติ แม้ปัจจุบันตัวเลขชาวต่างชาติในญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคิดเป็นสัดส่วนเพียง 3% ของประชากรทั้งหมด

ทิศทางการมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นถือเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าอายุขัยเฉลี่ยทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นแตะ 73.3 ปีในปี 2024 และประเมินว่าจำนวนประชากรโลกที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะขยายตัวจาก 1.1 พันล้านคนในปี 2023 เป็น 1.4 พันล้านคนภายในปี 2030

แต่การเปลี่ยนผ่านนี้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ด้วยอัตราเร่งที่แตกต่างกัน ข้อมูลล่าสุดจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ชี้ว่า ญี่ปุ่นคือประเทศที่เข้าสู่ภาวะสูงวัยรุนแรงที่สุด โดยมีอายุเฉลี่ยของประชากรสูงถึง 49 ปี ทิ้งห่างประเทศอื่นๆ เช่น อิตาลี 47.5 ปี โปรตุเกส 46.2 ปี กรีซ 45.7 ปี และเยอรมนี 45.1 ปี