Alibaba เปิดศึกชิงตลาด AI Agent สำหรับอีคอมเมิร์ซ ท้าชน Anthropic ด้วย ‘Accio’ ที่ชูจุดขายต้นทุน ‘ถูกกว่าคู่แข่งกว่า 50%’ หวังเจาะกลุ่ม SMEs ที่ต้องการใช้ AI ทำงานด้านการค้าในราคาที่เข้าถึงได้
Alibaba กำลังเร่งช่วงชิง “ตลาด AI Agent” สำหรับอีคอมเมิร์ซ หลังเปิดเผยว่า “Accio” แพลตฟอร์ม AI สำหรับช่วยธุรกิจซื้อขายออนไลน์ สามารถดึงดูดผู้ใช้แบบชำระเงินได้มากกว่า 60,000 ราย ภายในเวลาเพียง 5 เดือนหลังเปิดตัว พร้อมชูจุดขายด้านต้นทุนที่ต่ำกว่า AI Agent จาก OpenAI และ Anthropic ในงานด้านอีคอมเมิร์ซ
จาง คั่ว ประธาน Alibaba เปิดเผยกับนิกเกอิ เอเชียว่า Accio ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตั้งแต่การออกแบบและเปิดตัวสินค้า การค้นหาซัพพลายเออร์ ไปจนถึงการจัดการด้านภาษี
ปัจจุบัน Accio มีผู้ใช้แบบชำระเงินมากกว่า 60,000 ราย โดยแต่ละรายใช้จ่ายกับบริการ AI เฉลี่ยมากกว่า 1,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้แพลตฟอร์มสร้างรายได้ประจำต่อปีมากกว่า 60 ล้านดอลลาร์
Alibaba ระบุว่า “ราคา” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการนำ AI มาใช้ในธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ไม่มีทรัพยากรมากพอที่จะใช้จ่ายกับโทเคน AI จำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องสั่งให้ AI ทำงานซ้ำหลายพันครั้งต่อวัน
บริษัทจึงเปิดตัว Commerce Agent Bench เครื่องมือวัดประสิทธิภาพ AI สำหรับงานอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ เช่น การค้นหาซัพพลายเออร์และการวางแผนเส้นทางขนส่งที่ซับซ้อน
จากการทดสอบงานอีคอมเมิร์ซที่พบบ่อย 107 รูปแบบ Alibaba ระบุว่า Accio ใช้โทเคนคิดเป็นต้นทุน “เพียง 3.69 ดอลลาร์” ในการทำงานทั้งหมด เทียบกับ “9.27 ดอลลาร์” สำหรับ Codex ของ OpenAI และ “9.51 ดอลลาร์” สำหรับ Claude Code ของ Anthropic
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกตั้งคำถามว่า Benchmark ดังกล่าวอาจถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผลิตภัณฑ์ของ Alibaba หรือไม่ จางระบุว่าเครื่องมือนี้เปิดเป็นโอเพนซอร์สและทุกฝ่ายสามารถนำไปทดสอบได้
การแข่งขันในตลาดนี้กำลังร้อนแรงขึ้น หลัง Anthropic เปิดตัว Claude Commerce Agent ในสหรัฐช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อพัฒนา AI Agent สำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ค้าโดยตรง
Alibaba เชื่อว่า ความได้เปรียบสำคัญของบริษัทอยู่ที่ประสบการณ์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซระดับโลกมาตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งทำให้เข้าใจปัญหาของผู้ค้าและสามารถปรับแต่งโมเดล AI ให้เหมาะกับงานด้านการค้าโดยเฉพาะ
“อีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก และอัตรากำไรก็ลดลงเรื่อย ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความสามารถในการจ่ายสำหรับเครื่องมือ AI จึงมีความสำคัญมาก” จางกล่าว
แม้ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาษีและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ธุรกิจค้าส่งระหว่างประเทศของ Alibaba ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน แตะ 2.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดเดือนมิถุนายน
Alibaba มองว่า AI กำลังช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่การค้าระหว่างประเทศ และเปิดทางให้ SMEs จำนวนมากขึ้นสามารถเข้ามาแข่งขันในตลาดโลกได้ แม้สภาพแวดล้อมด้านการค้าจะเผชิญความท้าทายมากขึ้นก็ตาม
อ้างอิง: nikkei





