วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

จากเศรษฐีถูกสหรัฐ ‘สอบฟอกเงิน’ สู่ ‘คว้าดีลน้ำมันเพนตากอน’

เส้นทางที่พลิกจาก ‘เป้าสอบฟอกเงิน’ สู่ ‘พันธมิตรคนสำคัญ’ ของรัฐบาลทรัมป์ กำลังทำให้ชื่อของ ‘อเลฮานโดร เบตันกูร์ต’ ถูกจับตา หลังมหาเศรษฐีเวเนซุเอลารายนี้เข้าไปมีบทบาทประสานดีลน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ ที่เปิดทางให้สหรัฐเข้าถึงขุมทรัพย์น้ำมันมหาศาลของเวเนซุเอลา

จากมหาเศรษฐีที่เคยตกเป็นเป้าสอบสวน “คดีฟอกเงิน” ของสหรัฐ วันนี้ “อเลฮานโดร เบตันกูร์ต” (Alejandro Betancourt) นักธุรกิจพลังงานชาวเวเนซุเอลา กลับมาพลิกสถานะแบบ 180 องศาอย่างน่าฉงน กลายเป็น “พันธมิตรคนสำคัญ” ของรัฐบาลทรัมป์ ในดีลน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์กับเวเนซุเอลา

เบตันกูร์ตมีบทบาทสำคัญในการช่วยประสานข้อตกลงระหว่างวอชิงตันกับกรุงการากัส ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐเข้าถึงแหล่งน้ำมันถึง 17 แห่ง ครอบคลุมปริมาณสำรองน้ำมันดิบราว “1 ใน 5 ของทั้งประเทศ” หรือประมาณ 64,000 ล้านบาร์เรล เป็นระยะเวลายาวนานถึง 100 ปี

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สำนักงานทุนยุทธศาสตร์ (Office of Strategic Capital) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ จะถือหุ้น 35% ใน “บริษัท North American Blue Energy Partners หรือ NABEP ของเบตันกูร์ต” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีสิทธิซื้อผลผลิตน้ำมัน 20% ของบริษัทในราคาทุน และได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงผลผลิตอีก 80% ที่เหลือ

ดีลดังกล่าว ถือเป็นการพลิกชะตาครั้งใหญ่ของเบตันกูร์ต เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยถูกสอบสวนในสหรัฐ สเปน และสวิตเซอร์แลนด์ แม้ไม่เคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีก็ตาม

เมื่อต้นปีนี้ อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐในรัฐฟลอริดา “ระงับการสอบสวน” เบตันกูร์ต ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่ามีแผน “ยักยอกเงิน” มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์จาก PDVSA บริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา ก่อนนำเงินไปฟอกผ่านอสังหาริมทรัพย์ในไมอามีและบัญชีธนาคารในมอลตากับสวิตเซอร์แลนด์ 

แหล่งข่าวระบุกับรอยเตอร์สว่า ในช่วงหลายเดือนก่อนปฏิบัติการของสหรัฐเมื่อวันที่ 3 มกราคม ซึ่งนำไปสู่การจับกุมและนำตัวอดีตประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ไปยังนครนิวยอร์ก เบตันกูร์ตได้ให้ข้อมูลที่ช่วยให้สหรัฐบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร ส่งผลให้มีเรือมากกว่า 12 ลำถูกยึดหรือสกัดกั้น

เขายังช่วยประสานการเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลา รวมถึง “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งขึ้นเป็นประธานาธิบดีรักษาการหลังการจับกุมมาดูโร

หลังจากนั้น เบตันกูร์ตยังคงทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ระหว่างวอชิงตันกับการากัส ทั้งในการเจรจาด้านน้ำมัน การลงทุน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจเวเนซุเอลา

ในเดือนมกราคม เขายังมีส่วนช่วยประสานข้อตกลงซื้อขายน้ำมัน ซึ่งนำไปสู่การส่งออกน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงของเวเนซุเอลามากกว่า 135 ล้านบาร์เรลไปยังสหรัฐ ยุโรป อินเดีย และแคริบเบียน คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของการส่งออกน้ำมันทั้งหมดของประเทศจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม

ไม่เพียงเท่านั้น เบตันกูร์ตเป็นหนึ่งในนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ถูกเรียกว่า “Bolichicos” ซึ่งสร้างความมั่งคั่งขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดีอูโก ชาเวซ โดยบริษัท Derwick Associates ของเขาเคยได้รับสัญญาจากรัฐบาลมูลค่าราว 2,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าในช่วงวิกฤตไฟฟ้าของเวเนซุเอลา โดยบางโครงการไม่มีการประมูลแข่งขัน

ต่อมาในปี 2012 เบตันกูร์ตเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ PDVSA เพื่อดำเนินงานแหล่งน้ำมันเก่าในเวเนซุเอลาตะวันตก ก่อนที่สินทรัพย์เหล่านี้จะกลายมาเป็นฐานการผลิตสำคัญของ NABEP ซึ่งเขาร่วมก่อตั้งในปี 2024

แม้รัฐบาลสหรัฐมองว่า ประสบการณ์ด้านน้ำมันของเบตันกูร์ต ทำให้เขาเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมในการเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา แต่บทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเขาก็กำลังสร้างความกังวลในหมู่อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง อัยการ และนักการทูตสหรัฐ

โดยเฉพาะเมื่อบุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในสายตาของอัยการสหรัฐจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ของ PDVSA วันนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในตัวกลางสำคัญของวอชิงตัน และเป็น “หุ้นส่วนใหญ่” ในดีลน้ำมันครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลา

อ้างอิง: reutersfox