วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

บิ๊กออยล์ ‘กังวล’ ดีลเวเนซุเอลา หวั่นรัฐสร้าง ‘คู่แข่ง’ ชนเอกชน

‘ดีลน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์’ ของทรัมป์กำลังจุดชนวน ‘ความกังวล’ ในวงการพลังงาน หลังรัฐบาลสหรัฐเข้าถือหุ้น NABEP ซึ่งได้สิทธิพัฒนาแหล่งน้ำมันเวเนซุเอลา ‘สูงถึง 17 แห่ง’ จนเอกชนตั้งคำถามว่า วอชิงตันกำลังช่วยอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐ หรือกำลัง ‘สร้างคู่แข่ง’ กับเอกชนขึ้นมาเสียเอง

แม้ประธานาธิบดี ทรัมป์ ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า ข้อตกลงน้ำมันครั้งใหญ่กับเวเนซุเอลา ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐเข้ามามีอิทธิพลเหนือทรัพยากรน้ำมันจำนวนมากของประเทศ อาจเป็น “ดีลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

แต่สำหรับผู้บริหารบริษัทน้ำมันสหรัฐหลายราย “พวกเขาอาจไม่ได้คิดเช่นนั้น”

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมว่า ดีลดังกล่าวกำลังสร้างความกังวลในหมู่บริษัทพลังงาน หลังรัฐบาลสหรัฐ “เข้าถือหุ้น 35%” ใน North American Blue Energy Partners (NABEP) บริษัทน้ำมันเอกชนที่นำโดยนักลงทุน “อเลฮานโดร เบตันกูร์ต” ซึ่งได้รับสิทธิระยะยาว 100 ปีในการพัฒนาแหล่งน้ำมันถึง 17 แห่งในเวเนซุเอลา

นอกจากการถือหุ้นแล้ว สหรัฐยังได้รับสิทธิซื้อน้ำมัน 20% ของผลผลิตจากโครงการ “ในราคาต้นทุน” ทำให้บริษัทน้ำมันบางแห่งกังวลว่า รัฐบาลกำลังช่วยสร้างผู้เล่นรายใหญ่ที่อาจกลายเป็น “คู่แข่งโดยตรง” ของภาคเอกชนสหรัฐเอง

ที่สำคัญ ดีลดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับบริษัทพลังงานหลายแห่ง รวมถึงบริษัทที่กำลังเจรจาธุรกิจกับรัฐบาลเวเนซุเอลาอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากแหล่งน้ำมัน 17 แห่งที่ตกอยู่ภายใต้ NABEP ครอบคลุมพื้นที่ที่บริษัทอื่นเคยให้ความสนใจ ส่งผลให้แหล่งน้ำมันที่เหลือสำหรับนักลงทุนรายอื่นมีความน่าสนใจลดลง

ความไม่พอใจดังกล่าว สะท้อนโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการเร่งฟื้นอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา เพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างรวดเร็ว ขณะที่บริษัทน้ำมันรายใหญ่กลับยังเดินหน้าอย่างระมัดระวัง เพราะกังวลต่อความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจหลังการโค่นอำนาจอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร

หนึ่งในผู้ที่เริ่มหมดความสนใจคือ ไบรอัน เชฟฟิลด์ ผู้ประกอบการน้ำมันรุ่นที่ 3 จากรัฐเท็กซัส ซึ่งเคยเข้าร่วมประชุมกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อต้นปี หลังประธานาธิบดีเรียกร้องให้บริษัทพลังงานสหรัฐลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา

เชฟฟิลด์ระบุว่า แผนพัฒนาแหล่งน้ำมันแบบ Tight Oil ของเขาแทบไม่มีความคืบหน้า และหากบริษัทที่พัฒนาแหล่งน้ำมันนอกแบบดั้งเดิมรู้สึกว่าไม่ได้รับการต้อนรับ ก็อาจเลือกย้ายเงินลงทุนไปประเทศอื่นแทน

อีกประเด็นที่สร้างความกังวลคือ บทบาทของเบตันกูร์ต ซึ่งกำลังมีอำนาจมากขึ้นในอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา แม้ในอดีตเขาเคยเผชิญข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ “การฟอกเงินและฉ้อโกงภาษี” ในยุโรปและสหรัฐ อย่างไรก็ตาม เบตันกูร์ตปฏิเสธข้อกล่าวหาและไม่เคยถูกตั้งข้อหาทางอาญา

รัฐบาลทรัมป์ ปกป้องข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่า NABEP เป็นพันธมิตรที่มีประสบการณ์ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว และดีลนี้ไม่ได้ปิดกั้นบริษัทอื่นจากการเข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลา

ทำเนียบขาวยังชี้ว่า แหล่งน้ำมันบางส่วนในข้อตกลงเคยอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทรัสเซียและจีน และรัฐบาลกำลังแทนที่ระบบเดิมด้วยโครงสร้างที่นำโดยสหรัฐ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้ทั้งชาวอเมริกันและเวเนซุเอลา

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนในอุตสาหกรรมบางส่วน นี่กลับสร้างคำถามใหม่ว่า การดึงสัมปทานเดิมมาอยู่ภายใต้โครงสร้างที่สหรัฐสนับสนุน อาจกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานเรื่องการยึดทรัพย์สินหรือสัมปทานในประเทศที่เคยมีประวัติยึดกิจการของบริษัทน้ำมันต่างชาติอย่าง ConocoPhillips และ ExxonMobil มาแล้ว

เควิน บุ๊ก กรรมการผู้จัดการของ ClearView Energy Partners มองว่า เมื่อรัฐบาลเข้าไปถือหุ้นในบริษัทเอกชน รัฐบาลย่อมมีแรงจูงใจที่จะปกป้องมูลค่าการลงทุนนั้น

คำถามสำคัญอยู่ที่ว่า รัฐบาลสหรัฐ จะใช้อำนาจดังกล่าวเพื่อ “สนับสนุน” อุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐโดยรวม หรือสุดท้ายแล้วจะกลายเป็น “คู่แข่ง” ของบริษัทน้ำมันอเมริกันเสียเอง
 

อ้างอิง: bloomberg, reuters