วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์ประกาศคุม 'น้ำมันเวเนซุเอลา' ยกเป็นดีลใหญ่สุดในโลก

ทรัมป์ประกาศควบคุม 'แหล่งน้ำมัน' มหาศาลกว่า 6.5 หมื่นล้านบาร์เรลของเวเนซุเอลาบางส่วน ยกเป็นข้อตกลงน้ำมัน 'ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก' ย้ำผู้เสียภาษีชาวอเมริกันไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

KEY POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบรรลุข้อตกลงกับเวเนซุเอลา เพื่อเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันสำรองกว่า 6.5 หมื่นล้านบาร์เรล โดยยกให้เป็น "ข้อตกลงน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก"
  • ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า และคาดว่าจะช่วยลดราคาน้ำมันในประเทศที่กำลังพุ่งสูง
  • ทรัมป์ระบุว่าข้อตกลงนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน และเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐปฏิบัติการทางทหารและจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบรรลุข้อตกลงกับ "เวเนซุเอลา" เพื่อให้ได้สิทธิในการควบคุม "แหล่งน้ำมันสำรอง" มากกว่า 6.5 หมื่นล้านบาร์เรลในสัดส่วนเสียงข้างมาก ท่ามกลางสงครามกับอิหร่านที่กำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับการค้าน้ำมันดิบทั่วโลก 

ทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียช่วงค่ำวันศุกร์ว่า ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเขายกให้เป็น “ข้อตกลงน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก” จะเกิดขึ้นโดย “ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ” ต่อผู้เสียภาษีสหรัฐ

ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐ "เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า" ขณะที่ข้อมูลของกระทรวงพลังงานสหรัฐที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนนี้ระบุว่า ปริมาณน้ำมันในคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลงสู่ระดับต่ำที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980

ข้อตกลงของทรัมป์มีขึ้นหลังจากสหรัฐออกปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาเมื่อเดือนม.ค. พร้อมเข้าจับกุม "นิโกลัส มาดูโร" ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาในขณะนั้น และภรรยา ซิเลีย ฟลอเรส โดยควบคุมตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐ

ทรัมป์ ระบุในโซเชียลมีเดียว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐประสานงานกับผู้นำรัฐบาลเวเนซุเอลา และยังอาศัย “ความร่วมมือ” กับบริษัทเอกชนที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อเพื่อบรรลุข้อตกลงดังกล่าว

“ข้อตกลงนี้จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเวเนซุเอลาและสหรัฐ ซึ่งกำลังเติบโตอยู่แล้ว ให้แข็งแกร่งขึ้นมาก” ทรัมป์ระบุในโพสต์

การประกาศของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญกับราคาพลังงานที่พุ่งสูง ก่อนจะเข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอม เดือนพ.ย. นี้ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรครีพับลิกันของเขาจะยังสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จในกรุงวอชิงตันได้ต่อไปหรือไม่

ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงกับเวเนซุเอลาน่าจะช่วยลดราคาน้ำมันตามปั๊มน้ำมันได้ โดยข้อมูลของ AAA ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐเมื่อวันศุกร์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.09 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ด้านราคาน้ำมันดิบสหรัฐ เวสต์ เท็กซัส (WTI) ลดลง 4% ในสัปดาห์นี้ ถือเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 3 สัปดาห์ที่ราคาปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ราคายังคงพุ่งขึ้นมากกว่า 24% นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ.

สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านของทรัมป์ยังส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันดิบทั่วโลก โดยช่วงที่ผ่านมา มีเรือเพียงไม่กี่ลำต่อวันที่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงจากระดับประมาณ 100 ลำต่อวันเมื่อหนึ่งปีก่อน ตามข้อมูลจากระบบติดตาม PortWatch ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

 

ที่มา: CNBC