วันเสาร์ ที่ 5 กันยายน 2569

Login
Login

สงครามดอลลาร์ลามธนาคารชาตินาโต ‘สหรัฐ’ คว่ำบาตรแบงก์ตุรกี ตัดท่อน้ำเลี้ยง ‘อิหร่าน’

สหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารตุรกีพร้อมบริษัทในเครือ โทษฐานอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างจีนและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน

KEY POINTS

  • สหรัฐฯ คว่ำบาตรธนาคาร Golden Global ของตุรกีและบริษัทในเครือ โทษฐานอำนวยความสะดวกในการโอนเงินรายได้ค่าน้ำมันจากจีนให้กับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)
  • การคว่ำบาตรครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ พุ่งเป้าไปยังสถาบันการเงินในประเทศสมาชิกนาโต (NATO) เพื่อยกระดับการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
  • มาตรการดังกล่าวเป็นการตัดธนาคารตุรกีออกจากระบบการเงินที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์ เพื่อสกัดกั้นเส้นทางรายได้ของอิหร่าน หลังจากมาตรการทางทหารและการปิดล้อมทางทะเลไม่ได้ผล
  • ธนาคาร Golden Global ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่ระบุว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีมูล

กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารเพื่อการลงทุนของตุรกีพร้อมบริษัทในเครือ โทษฐานอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างจีนและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ถือเป็นครั้งแรกที่สถาบันการเงินในประเทศพันธมิตรนาโต (NATO) ถูกเพ่งเล็งภายใต้ปฏิบัติการของรัฐบาลทรัมป์ ที่มุ่งยกระดับการกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะราน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า สำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (OFAC) ได้นำชื่อธนาคาร Golden Global Yatirim Bankasi Anonim Sirketi ซึ่งตั้งอยู่ในนครอิสตันบูล พร้อมด้วยบริษัทจัดการสินทรัพย์ Golden Global Portfoy Yonetimi และบริษัทลีสซิ่งสินทรัพย์ Golden Global Varlik Kiralama เข้าสู่บัญชีที่ถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่อิงกับสกุลเงินดอลลาร์

ข้อกล่าวหาจากสหรัฐระบุว่า Golden Global ก่อตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการเป็นช่องทางให้เครือข่ายธนาคารเงาของอิหร่าน โอนรายได้จากน้ำมันจากจีนมายังตุรกี ก่อนจะถูกแปลงเป็นเงินสดและทองคำผ่านกลุ่มผู้แลกเปลี่ยนเงินตรา

นอกจากนี้ ธนาคารยังจงใจเสนอให้บริการบัญชีตัวแทนแก่สถาบันการเงินอิหร่าน ซึ่งเอื้อให้เกิดการทำธุรกรรมผ่านบัญชีที่ควบคุมโดยกองกำลังคุดส์ของ IRGC และกลุ่มตัวแทนอื่นๆ รวมถึง ซิตกี อายาน นักธุรกิจชาวตุรกีที่เคยถูกคว่ำบาตรไปเมื่อปี 2022

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การโจมตีทางทหารและการปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐ ไม่สามารถบีบให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาได้

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า นี่คือข้อความที่ส่งถึงสถาบันใดๆ ก็ตามที่กำลังอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับอิหร่าน "เรารู้ว่าคุณคือใคร อยู่ที่ไหน และเราจะร่วมมือกับพันธมิตรดำเนินการต่อไปจนกว่าจะสามารถฝังหัวงูอิหร่านได้สำเร็จ"

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐยังระบุบนแพลตฟอร์ม X ว่า การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซได้สกัดกั้นไม่ให้น้ำมันดิบของอิหร่านส่งไปถึงจีน สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อปักกิ่งที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดิบ และเตหะรานที่ต้องการรายได้เพื่อทำสงครามต่อ ดังนั้น ลมหายใจของอิหร่านกำลังถูกตัดขาด ทั้งน้ำมันที่ติดค้าง คลังจัดเก็บที่จำกัด และรายได้ที่หดตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ อาจมีการคว่ำบาตรธนาคารแห่งอื่นเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าด้วย

มิอัด มาเลกี ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการคว่ำบาตรจาก Foundation for the Defense of Democracies ชี้ว่า แม้ธนาคารตุรกีแห่งนี้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นการส่งสารที่ตรงไปตรงมาถึงรัฐบาลอังการาว่า เมื่ออ่าวเปอร์เซียถูกปิดกั้น ตุรกีกลายเป็นจุดหมายที่เม็ดเงินเหล่านี้จะไหลไป และสหรัฐก็ไปดักรออยู่แล้ว ดังนั้น เป้าหมายที่แท้จริงของการดำเนินมาตรการเช่นนี้ ก็คือผลกระทบต่อเนื่อง (knock-on effect) ทำให้ธนาคารต่างชาติอื่นๆ ที่ยังทำธุรกรรมกับธนาคารตุรกี ต่างตกอยู่ในความเสี่ยงด้วย

ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐเพิ่งใช้กฎหมาย Patriot Act ระงับการทำธุรกรรมสกุลเงินดอลลาร์ของธนาคารอียิปต์ Banque Misr สาขาสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากเข้าไปพัวพันกับอิหร่าน แม้มาตรการดังกล่าวจะไม่มีผลต่อสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่น และจะยังไม่มีผลบังคับใช้ในอีก 30 วันก็ตาม

ทางด้าน Golden Global ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 35 ของตุรกี มีสินทรัพย์รวมประมาณ 2.5 หมื่นล้านลีรา หรือราว 516.63 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2025 นั้น ได้แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าธนาคารปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลทั้งในและต่างประเทศอย่างเคร่งครัด บุคคลหรือนิติบุคคลที่ระบุในคำตัดสินของ OFAC ไม่ใช่ลูกค้าของธนาคาร และไม่มีการติดต่อใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมระบุว่าจะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อต่อสู้กับข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลในครั้งนี้

แม้มาตรการคว่ำบาตรจะช่วยเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านได้บ้าง แต่ เบรตต์ เอริกสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการคว่ำบาตรและผู้บริหารของ Obsidian Risk Advisors ได้ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพในระยะยาวว่า หากการกดดันครั้งนี้ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจของสงครามได้อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่สหรัฐทำอาจเป็นเพียงการแหย่รังแตน กระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้กลับในรูปแบบที่อาจสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิมในอนาคต