ศาลฟิลิปปินส์ออกหมายจับ ซารา ดูเตอร์เต รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในข้อหาข่มขู่ลอบสังหารประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์
ศาลฟิลิปปินส์ ออกหมายจับ ซารา ดูเตอร์เต รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหาข่มขู่ลอบสังหาร ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ซ้ำเติมวิกฤตการเมืองท่ามกลางกระบวนการพิจารณาถอดถอน ที่อาจลดทอนเส้นทางสู่เก้าอี้ผู้นำประเทศของเธอในปี 2028
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ศาลในเมืองเกซอนซิตี ใกล้กับกรุงมะนิลา ได้ปฏิเสธคำร้องของทีมทนายความที่ขอให้ชะลอการออกหมายจับ และดำเนินการอนุมัติหมายจับในทันที โดยรองประธานาธิบดีดูเตอร์เตถูกตั้งข้อหาข่มขู่ร้ายแรง จำนวน 3 กระทง จากกรณีที่เธอขู่สังหารประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ พร้อมด้วยภริยา และนายมาร์ติน โรมวลเดซ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ศาลได้กำหนดวงเงินประกันตัวไว้ที่ 1,900 ดอลลาร์ต่อกระทง
ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 เมื่อดูเตอร์เตประกาศว่าเธอได้เตรียมการจ้างวานมือปืนรับจ้างให้ลอบสังหารครอบครัวมาร์กอสและโรมวลเดซ หากตัวเธอถูกลอบสังหารเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเธอได้ออกมายืนยันว่า คำพูดดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของตนเอง หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับประธานาธิบดีขาดสะบั้นลง
ด้าน พอล ลอว์เรนซ์ ลิม ทนายความส่วนตัวของเธอ แถลงว่า รองประธานาธิบดีไม่มีเจตนาหลบหนีคดี และจะใช้สิทธิต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะที่โฆษกกระทรวงยุติธรรมฟิลิปปินส์ได้ยืนยันการออกหมายจับดังกล่าว พร้อมปฏิเสธข้อโต้แย้งของทีมทนายที่ระบุว่าเธอไม่ควรถูกดำเนินคดีอาญาในขณะที่กำลังถูกพิจารณาในกระบวนการถอดถอนในวุฒิสภาอยู่แล้ว
แม้เจ้าหน้าที่จะคาดการณ์ว่าเธอจะสามารถยื่นประกันตัวได้อย่างรวดเร็วและไม่น่าจะถูกควบคุมตัวในเร็วๆ นี้ แต่ผลกระทบทางการเมืองนั้นรุนแรงกว่ามาก หากศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญา เธออาจต้องโทษจำคุกสูงสุดเพียง 6 เดือน แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่นี้ถือเป็นประเด็นหลักของกระบวนการพิจารณาถอดถอนในวุฒิสภา ซึ่งดำเนินมาถึง 9 สัปดาห์แล้ว
นอกจากนี้ เธอยังเผชิญกับข้อกล่าวหาในสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน และการร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งสืบเนื่องมาจากการดำรงตำแหน่งทั้งในฐานะรองประธานาธิบดีและอดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเธอยังคงยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ ซารา ดูเตอร์เต เป็นบุตรสาวของอดีตประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ซึ่งเธอและมาร์กอส จูเนียร์ เคยจับมือกันในฐานะพันธมิตรและชนะการเลือกตั้งร่วมกันในปี 2022 ก่อนที่พันธมิตรนี้จะพังทลายลงจนกลายเป็นความบาดหมางอย่างเปิดเผย
หากวุฒิสภามีมติว่าเธอมีความผิดจริงตามกระบวนการถอดถอน ซารา ดูเตอร์เต จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะถือเป็นการปิดฉากเส้นทางทางการเมืองในการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2028 อย่างถาวร
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ของครอบครัวดูเตอร์เตก็ยิ่งมืดมนลง เมื่อบิดาของเธอซึ่งเป็นอดีตผู้นำประเทศ กำลังอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ณ กรุงเฮก เพื่อรอการพิจารณาคดีจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาดในอดีต ซึ่งประเมินกันว่าได้คร่าชีวิตผู้คนไปนับหมื่นราย





