วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

สหรัฐเจอ ‘ดีมานด์ไฟผี’ หลายโครงการดาต้าเซ็นเตอร์อาจไม่เกิดจริง

AI บูม ดันคำขอใช้ไฟของดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐทะลุ 700 กิกะวัตต์ แต่เบื้องหลังกลับมี ‘Ghost Demand’ หรือความต้องการที่อาจไม่มีอยู่จริง เสี่ยงทำให้การขยายโครงข่ายมหาศาลกลายเป็น ‘ต้นทุนสูญเปล่า’ ที่ประชาชนต้องแบกรับ

ท่ามกลางกระแสลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์ AI” ที่กำลังร้อนแรงในสหรัฐ กลับมีปรากฏการณ์หนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นในระบบไฟฟ้า นั่นคือ “Ghost Demand” หรือ “ความต้องการใช้ไฟที่อาจไม่มีอยู่จริง”

ตัวเลขบนกระดาษดูน่าตกใจ เมื่อคำขอใช้ไฟจากดาต้าเซ็นเตอร์และผู้ใช้ไฟรายใหญ่ในหลายพื้นที่ของสหรัฐพุ่ง “ทะลุ 700 กิกะวัตต์” สูงจนใกล้เคียงกับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้โดยบ้านเรือนทั้งประเทศ

แต่คำถามสำคัญคือ ดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นจริงสักกี่แห่ง?

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานถึงการตรวจสอบข้อมูลจากผู้ให้บริการไฟฟ้าและโครงข่ายในแถบมิดเวสต์ มิด-แอตแลนติก และตอนใต้ของสหรัฐ พบว่า คำขอใช้ไฟดังกล่าวสูงกว่าปริมาณไฟที่ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วสหรัฐใช้อยู่ในปัจจุบันกว่า 10 เท่า ตามการประเมินของอุตสาหกรรม

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงการที่ยังอยู่เพียงบนกระดาษ อาจ “ยื่นจองกำลังไฟไว้ล่วงหน้า” ขณะที่บางโครงการอาจซ้ำซ้อน ยังไม่มีเงินทุน หรือไม่มีความพร้อมมากพอที่จะก่อสร้างจริง

นั่นหมายความว่า ท่ามกลาง AI บูมที่ดูเหมือนกำลังสร้างความต้องการไฟฟ้ามหาศาล สหรัฐกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ว่า ความต้องการเหล่านั้นเป็น “ของจริง” มากแค่ไหน และมากแค่ไหนที่เป็นเพียง “Ghost Demand”

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ “เท็กซัส” ซึ่งคำขอเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์และผู้ใช้ไฟรายใหญ่กับโครงข่าย พุ่งจากประมาณ 48 กิกะวัตต์ในปี 2023 เป็นมากกว่า 474 กิกะวัตต์ในปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสลงทุน AI ที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เตรียมใช้เงินกับดาต้าเซ็นเตอร์รวมกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้

ปัญหาคือ โครงการเดียวกันอาจยื่นขอไฟจากหลายพื้นที่ ขณะที่บางโครงการยังไม่มีทั้งเงินทุน ลูกค้า หรือความพร้อมที่จะก่อสร้างจริง ทำให้ตัวเลขความต้องการใช้ไฟ อาจสูงเกินความเป็นจริงอย่างมาก

เมื่อรัฐเริ่มนำมาตรการทางการเงินเข้ามาคัดกรอง ภาพก็เริ่มชัดขึ้น โดย Exelon บริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐ ลดประมาณการความต้องการไฟจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูง ลงถึง 40% เหลือ 11 กิกะวัตต์ หลังถูกเพิ่มข้อกำหนดเรื่องหลักประกันทางการเงิน

ส่วนในรัฐโอไฮโอ ปริมาณคำขอใช้ไฟใน Pipeline ของ AEP Ohio ลดลงมากกว่าครึ่ง หลังรัฐออกกฎให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องจ่ายค่าศึกษาการเชื่อมต่อโครงข่ายสูงสุดถึง 100,000 ดอลลาร์

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ “รัฐเท็กซัส” กลายเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่แห่งแรกที่ระงับการเชื่อมต่อโครงการใหม่บางส่วนเพื่อสอบทานคำขอ พร้อมเพิ่มการตรวจสอบว่า ใครเป็นเจ้าของโครงการจริง ใช้มาตรการจูงใจจากภาครัฐหรือไม่ ต้องการใช้น้ำเท่าใด และมีแผนผลิตไฟฟ้าภายในพื้นที่อย่างไร

“รัฐเพนซิลเวเนีย” ก็เริ่มเดินในทิศทางเดียวกัน โดยเพิ่มข้อกำหนดสำหรับโครงการขนาดตั้งแต่ 25 เมกะวัตต์ขึ้นไป หลังพบว่า จากดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการเสนอก่อสร้างมากกว่า 100 แห่ง มีเพียงประมาณ 20 แห่ง ที่ยื่นขอใบอนุญาตเพื่อเดินหน้าโครงการ ขณะที่หลายโครงการยังไม่มีแหล่งพลังงานหรือลูกค้าที่ชัดเจน

“Ghost Demand” ไม่ใช่แค่ปัญหาของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ แต่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงต่อผู้ใช้ไฟทั่วไป

หากบริษัทไฟฟ้าประเมินต่ำเกินไป ระบบอาจสร้างโรงไฟฟ้าและโครงข่ายไม่ทัน จนกระทบเสถียรภาพด้านพลังงาน แต่หากประเมินสูงเกินไป ก็อาจลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งสุดท้ายไม่เคยถูกสร้าง และภาระต้นทุนอาจย้อนกลับมาตกอยู่กับประชาชน

ปัญหานี้เริ่มเกิดขึ้นแล้วในโครงข่าย PJM ซึ่งครอบคลุม 13 รัฐ โดยการเติบโตของความต้องการไฟจากดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่คาดการณ์ไว้ มีส่วนผลักดันต้นทุนกำลังการผลิตไฟฟ้าสำหรับบ้านเรือนและธุรกิจ “เพิ่มขึ้นถึง 29,400 ล้านดอลลาร์” ในการประมูลกำลังการผลิตช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้จะตัด “Ghost Demand” ออกไปแล้ว ปัญหาพื้นฐานก็ยังไม่หมด เพราะความต้องการไฟจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับการยืนยันว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริง ยังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่

ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของ “Ghost Demand” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของยุค AI เพราะท่ามกลางคำขอใช้ไฟมหาศาล ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า โครงการดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนเท่าใดจะเกิดขึ้นจริง ขณะที่การลงทุนขยายโรงไฟฟ้าและโครงข่ายเพื่อรองรับความต้องการเหล่านี้ อาจต้องใช้เงินมหาศาล และเสี่ยงกลายเป็นต้นทุนสูญเปล่า หากหลายโครงการสุดท้ายไม่เคยถูกสร้างขึ้น

อ้างอิง: reutersreuters(2)