วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

ฮอนด้าสั่งซัปพลายเออร์ 'ลดต้นทุน' ตั้งเป้า 3 แสนล้านบาท หวังรับมือ 'จีน'

สื่อนอกเผย 'ฮอนด้า' สั่งบริษัทซัปพลายเออร์เร่งลดต้นทุนกว่า 3 แสนล้านบาท ภายใน 4 ปี เร่งรับมือการแข่งขันดุเดือดจาก 'จีน'

KEY POINTS

  • ฮอนด้าตั้งเป้าลดต้นทุนกว่า 3 แสนล้านบาท ภายใน 4 ปี โดยสั่งให้ซัปพลายเออร์ลดราคาชิ้นส่วนลงอย่างมาก
  • เป้าหมายหลักคือ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน (EV) ที่มีราคาต่ำกว่า และกำลังขยายตลาดอย่างรวดเร็ว
  • แผนการลดต้นทุนรวมถึงการพิจารณาจัดหาชิ้นส่วนจากซัปพลายเออร์จีนเพิ่มขึ้น และการร่วมมือกับนิสสันเพื่อพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ร่วมกัน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง และเอกสารภายในของบริษัทว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในญี่ปุ่น ตั้งเป้าลดต้นทุนให้ได้ 1.5 ล้านล้านเยน (กว่า 3 แสนล้านบาท) ภายในช่วง 4 ปีข้างหน้า และได้สั่งให้บรรดาบริษัทซัปพลายเออร์ "ปรับลดราคาลงมาก" 

แผนดังกล่าวซึ่งเพิ่งมีการรายงานเป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นชัดถึงความพยายามของบรรดาค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นในการรับมือการแข่งขันจาก "จีน" ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดย BYD และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รายอื่นๆ ของจีนกำลังชิงส่วนแบ่งตลาดจำนวนมากตั้งแต่ในตลาดอาเซียน ลาตินอเมริกา ไปจนถึงยุโรป ด้วยเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และแบตเตอรี่ที่ก้าวหน้า รวมถึง "ราคา" ที่ต่ำกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมมาก

ฮอนด้าซึ่งเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังพยายามแก้ปัญหาของฝั่งธุรกิจรถยนต์ที่เผชิญความยากลำบาก บริษัทคาดว่าจะเผชิญการ "ขาดทุน" ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอีวีรวมมากกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดของค่ายรถยนต์ทั่วโลก 

เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ฮอนด้ารายงานผลประกอบการประจำปีด้วยตัวเลข "ขาดทุน" เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

รอยเตอร์สระบุว่ารายงานข่าวนี้อ้างอิงจากการตรวจสอบเอกสารภายในบริษัท และการสัมภาษณ์บุคคล 2 รายที่ทราบเรื่องดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม โฆษกของฮอนด้าปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ และระบุเพียงว่าบริษัทกำลังทำงานร่วมกับซัปพลายเออร์ทั่วโลกเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และลดต้นทุน ซึ่งรวมถึงการใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานร่วมกัน

ประชุมหารือซัปพลายเออร์

รายงานระบุว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ผู้บริหารของฮอนด้าได้พบกับบรรดาซัปพลายเออร์รายใหญ่ที่ศูนย์ประชุมแห่งหนึ่งในเมืองอุตสึโนมิยะ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว ใกล้กับศูนย์วิจัย และพัฒนาของบริษัท อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่ามีซัปพลายเออร์เข้าร่วมการประชุมจำนวนเท่าใด

ผู้บริหารฮอนด้าได้ชี้แจงแผนดังกล่าวต่อซัปพลายเออร์ และระบุว่าบริษัทจะพิจารณาจัดหาชิ้นส่วนจาก "ซัปพลายเออร์จีน" เพิ่มขึ้นด้วย หลังจากนั้น ซัปพลายเออร์แต่ละรายได้รับเป้าหมายการลดต้นทุนที่กำหนดขึ้นเฉพาะสำหรับแต่ละบริษัท 

เอกสารภายในระบุว่า ฮอนด้าตั้งเป้าลดต้นทุนลง 30% ในชิ้นส่วนสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ ชิ้นส่วนปั๊มขึ้นรูป และชิ้นส่วนตีขึ้นรูป, ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (SDVs) โดยการลดต้นทุนในระดับดังกล่าวจะช่วยให้ซัปพลายเออร์ญี่ปุ่น"สามารถแข่งขันกับคู่แข่งจากจีนได้ดีขึ้น"

นอกจากนี้ ซัปพลายเออร์โดยตรงของฮอนด้า หรือซัปพลายเออร์ระดับ Tier 1 ยังถูกขอให้ "ทบทวนวิธีการจัดหาวัตถุดิบ" และได้รับการสนับสนุนให้ใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานที่จัดหาจากซัปพลายเออร์ระดับ Tier 2 และ Tier 3 เพื่อช่วยควบคุมต้นทุน

ผู้บริหารฮอนด้ายังขอให้ซัปพลายเออร์ "เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในจีน" ในส่วนที่สามารถทำได้อีกด้วย 

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า เป้าหมายการลดต้นทุนดังกล่าวเป็นระดับที่ “สูงมาก” และขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถทำได้จริงตามเป้าหรือไม่

แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า ก่อนการประชุมเมื่อฤดูใบไม้ผลิ ฮอนด้าไม่เคยแสดงท่าทีว่าบริษัทจำเป็นต้องลดต้นทุนอย่างจริงจังถึงระดับนี้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนจะ “ไม่มีโอกาสให้ล่าช้าได้อีกต่อไป”

'ฮอนด้า-นิสสัน' จับมือร่วมพัฒนา

เมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมา ฮอนด้า และนิสสัน ประกาศว่า ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันพัฒนาหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (electronic control units) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับกลุ่มรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ หรือ SDV และตั้งเป้าจะเริ่มนำสถาปัตยกรรมที่พัฒนาขึ้นร่วมกันนี้มาใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2029 เป็นต้นไป

ในขณะที่โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของฮอนด้า ได้รับเสียงสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทต่อไปเมื่อเดือนมิ.ย. หลังจากเผชิญแรงกดดันจากอดีตผู้บริหารให้ลาออก เนื่องจากผลประกอบการของบริษัท

เมื่อปีที่แล้ว ฮอนด้า และนิสสันได้ยุติการเจรจาควบรวมกิจการ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะนำไปสู่การก่อตั้งหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก

นอกเหนือจากการแข่งขันจากจีนแล้ว ฮอนด้า และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ยังถูกกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ และต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี เนื่องจากรถยนต์มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทั่วทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นด้วย

 

ที่มา: Reuters

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์