ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เยือนอียิปต์ คว้าโอกาสในช่วงที่ชาติอาหรับกำลังลังเลเกี่ยวกับการพึ่งพาสหรัฐ ท่ามกลางสงครามอิหร่านเดือด
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางถึงอียิปต์เมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ซึ่งเป็นการเยือนประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอาหรับครั้งแรกในรอบสิบปี ขณะที่ประเทศต่างๆ ทั่วตะวันออกกลาง กำลังประเมินความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกและก่อให้เกิดคำถามว่า ประเทศในภูมิภาคจะสามารถพึ่งพาสหรัฐ ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงในระยะยาวได้หรือไม่
ภาพจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอียิปต์เผยให้เห็นประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี แห่งอียิปต์ ต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่สนามบินนานาชาติไคโร ผู้นำทั้งสองเดินบนพรมแดงที่ขนาบข้างด้วยทหารในเครื่องแบบ นักเต้นเพลงพื้นเมือง และเยาวชนชาวอียิปต์ที่โบกธงชาติจีน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อของรัฐบาลอียิปต์ได้ประกาศอย่างโจ่งแจ้งถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทหารที่เติบโตขึ้นระหว่างไคโรกับปักกิ่ง และบทบาทของอียิปต์ในฐานะประเทศอาหรับและแอฟริกาประเทศแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเมื่อ 70 ปีก่อน
“อียิปต์และจีนได้กลายเป็นพันธมิตรที่ร่วมกันเสริมสร้างบทบาทของซีกโลกใต้ในระบบระหว่างประเทศ” ปธน.ซิซี ระบุในบทความแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์อัล-อะห์รามของรัฐบาล
ทั้งนี้ การเยือนอียิปต์เป็นการเยือนช่วงที่สองในการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งที่สองของสีในปีนี้ ต่อจากการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ในคีร์กีสถาน ซึ่งเป็นงานที่เขาได้หารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย และบุคคลสำคัญอื่นๆ
ในบทความที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวซินหัวของจีน ระบุว่า สี จิ้นผิง กล่าวว่า
ทั้งสองประเทศเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดกัน คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการเผชิญหน้ากับลัทธิจักรวรรดินิยมและลัทธิล่าอาณานิคม และเขาหวังที่จะสำรวจความร่วมมือที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
“อียิปต์” จุดยุทธศาสตร์สำคัญ
เมื่อเดือนที่แล้ว อียิปต์ ประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ได้เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมทางทหารประจำปีครั้งที่สองร่วมกับจีน ซึ่งการฝึกซ้อมนี้เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว โดยปักกิ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อพยายามลดอิทธิพลของสหรัฐในภูมิภาคนี้
ตามรายงานของสื่อรัฐบาลจีน ระบุว่า การฝึกซ้อมดังกล่าวถือเป็นการส่งเครื่องบินรบ J-16 ของจีนไปยังแอฟริกาเป็นครั้งแรก และเป็นการฝึกซ้อมการรบทางอากาศที่หาได้ยากที่จะได้เห็นเครื่องบินรบที่ผลิตโดยจีนและเครื่องบินรบ Rafale ที่ผลิตโดยฝรั่งเศส ประชันความสามารถกัน
นอกจากนี้ ยังมีภาพเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของกองทัพอากาศจีนกำลังเติมเชื้อเพลิงให้กับเครื่องบิน Rafale ด้วย ซึ่งทำให้ปักกิ่งได้เห็นอุปกรณ์ที่ผลิตจากตะวันตกอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
เอช. เอ. เฮลเยอร์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัย Royal United Services Institute กล่าวว่า อียิปต์พยายามกระชับความสัมพันธ์กับปักกิ่งมาตั้งแต่ปี 2014 เป็นอย่างน้อย เมื่อประธานาธิบดีซิซีที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเดินทางไปจีนเพื่อลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์
นับตั้งแต่นั้นมา ท่าทีของไคโรที่มีต่อวอชิงตันก็อ่อนลง จากนั้น “ข้อกังขาเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและความไม่แน่นอนของอเมริกา” ที่เกิดขึ้นจากสงครามในฉนวนกาซาและอิหร่าน ได้สนับสนุนการตัดสินใจของอียิปต์ในการกระจายความร่วมมือให้หลากหลายมากขึ้น
“อียิปต์มองว่าตนเองกำลังก้าวไปสู่ความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น” เฮลเยอร์กล่าว “อียิปต์ต้องการความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับวอชิงตัน แต่ก็ต้องการความสัมพันธ์กับปักกิ่ง มอสโก และยุโรปด้วย”
ทั้งนี้ อียิปต์มีพรมแดนติดกับอิสราเอล ซูดาน และลิเบีย และเป็นที่ตั้งของคลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ทำให้ประเทศมหาอำนาจต่างชาติมองว่า “อียิปต์” เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคที่เปราะบาง และเต็มไปด้วยความขัดแย้งหลายด้าน
การลงทุนของจีนในอียิปต์เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่ภาคส่วนต่างๆ เช่น ภาคการผลิต ท่าเรือ พลังงานแสงอาทิตย์ ไฮโดรเจนสีเขียว และเทคโนโลยีดาวเทียม
เอริค โอแลนเดอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการจีนเพื่อประเทศกำลังพัฒนา (China Global South Project) กล่าวว่า อียิปต์เป็น “ตัวเลือกที่ชัดเจน” สำหรับสี จิ้นผิง เพราะเป็นศูนย์กลางของประเด็นปัญหาระดับภูมิภาคหลายประเด็น มีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอลและปัญหาปาเลสไตน์ รวมถึงประเด็นในแอฟริกา และปัญหาอ่าวเปอร์เซีย




