วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

จีนผลิตรถเร็วมาก จนรัฐต้องเบรกหวั่น ‘ความปลอดภัย’ ตามไม่ทัน

‘China Speed’ อาวุธที่เคยพาค่ายรถจีนแซงหน้าคู่แข่งทั่วโลก กำลังเผชิญบททดสอบ เมื่อ AI อาจย่นเวลาพัฒนารถใหม่เหลือเพียง 18 เดือน จนทางการจีนต้องเร่งคุมเข้ม หวั่นการแข่งขันด้าน ‘ความเร็ว’ กำลังวิ่งเร็วกว่า ‘มาตรฐานความปลอดภัย’

“ความเร็ว” เคยเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์จีนก้าวขึ้นมาท้าทายค่ายรถระดับโลก แต่วันนี้ “China Speed” กำลังถูกตั้งคำถาม เมื่อทางการจีนเริ่มกังวลว่า การแข่งขันกันพัฒนารถให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้ “มาตรฐานด้านความปลอดภัย และคุณภาพ” ตามไม่ทัน

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ในปัจจุบัน ค่ายรถจีนใช้เวลาพัฒนารถรุ่นใหม่ “ประมาณ 2 ปี” เทียบกับค่ายรถต่างชาติแบบดั้งเดิมที่ใช้เวลา “ราว 3-5 ปี” และด้วยการนำ AI เข้ามาช่วยตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการทดสอบแบบดิจิทัล ทำให้ IAT Automobile Technology และสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีนประเมินว่า ระยะเวลาดังกล่าวอาจลด “เหลือเพียง 18 เดือน”

ความเร็วระดับนี้ ช่วยให้ค่ายรถจีนเปิดตัวรถ และเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง จนสร้างแรงกดดันให้คู่แข่งทั่วโลก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เริ่มเกิดคำถามว่า บริษัทกำลังลดขั้นตอนการทดสอบมากเกินไปหรือไม่

ผู้บริหารของ Geely, Great Wall Motor และ Chery ต่างออกมาเตือนถึงความเสี่ยง โดยหลี่ เสวี่ยหย่ง รองประธาน Chery ระบุว่า รถยนต์ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้คนหลายล้านครอบครัว และต้องสามารถรับมือกับสภาพถนน ภูมิอากาศ และพฤติกรรมการขับขี่ที่แตกต่างกันทั่วโลก

ความกังวลดังกล่าว ทำให้รัฐบาลจีนเริ่มเข้มงวดมากขึ้น โดยเปิดแคมเปญตรวจสอบความปลอดภัยเป็นเวลา 1 ปี พร้อมเข้าตรวจโรงงานแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ขณะที่กฎเกี่ยวกับแบตเตอรี่ ระบบช่วยขับขี่ และมือจับประตูรถก็ถูกยกระดับ หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้ง

ไม่เพียงเท่านั้น จีนยังอยู่ระหว่างดำเนินการเรียกคืนรถครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดย Tesla และผู้ผลิตอีก 8 รายต้องแก้ไขรถยนต์ไฟฟ้ารวมกว่า 4.27 ล้านคัน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับประตูรถ

อีกมาตรการสำคัญคือ ข้อเสนอให้เพิ่มระยะทางทดสอบบนถนนสำหรับรถพลังงานใหม่เป็น 30,000 กิโลเมตร หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพื่อป้องกันไม่ให้การแข่งขันด้านความเร็วจนลดทอนมาตรฐานความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม การบอกให้ค่ายรถจีน “ช้าลง” อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตลาดรถยนต์จีนกำลังแข่งขันอย่างรุนแรง ยอดขายในประเทศอ่อนแรง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น และกำไรถูกบีบ ผู้บริโภคเองก็ต้องการรถรุ่นใหม่ และฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

หลี่ ซูฝู ประธาน Geely ยอมรับว่า ทุกบริษัทกำลังแข่งกันขึ้นเป็นผู้นำ และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะขอให้ใครลดความเร็วลง

แรงกดดันดังกล่าว ยังอาจทำให้ช่องว่างระหว่างค่ายรถใหญ่กับค่ายรถขนาดเล็กกว้างขึ้น เพราะมาตรฐานการทดสอบที่เข้มงวดขึ้นหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้น บริษัทขนาดเล็กที่เคยอาศัยความเร็ว และการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เป็นอาวุธ อาจแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินทุน และระบบควบคุมคุณภาพแข็งแกร่งได้ยากขึ้น

ถึงกระนั้น ความได้เปรียบด้านความเร็วของจีนกำลังบังคับให้ค่ายรถต่างชาติเร่งปรับตัวตามเช่นกัน โดย Volkswagen สามารถพัฒนา ID.UNYX 08 ภายใน 24 เดือน ขณะที่ Renault พัฒนา Twingo E-Tech ในจีนภายใน 21 เดือน ซึ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท ส่วน Toyota ก็กำลังหาวิธีลดวงจรพัฒนารถที่ปกติใช้เวลาถึง 3-5 ปี

AI อาจทำให้การพัฒนารถเร็วขึ้นได้อีกมาก ตั้งแต่การตรวจแบบจำลองดิจิทัลไปจนถึงการตรวจสอบชิ้นส่วนหลายหมื่นรายการ แต่ “สิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้คือ” การพิสูจน์ว่ารถสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในโลกจริง

เยล จาง กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา Automotive Foresight ซึ่งตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า “แม้ AI จะช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์ทำงานได้รวดเร็ว และแม่นยำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมถึงช่วยลดข้อผิดพลาดในการออกแบบ แต่ก็ยังมีมาตรฐานพื้นฐานบางอย่าง เช่น การทดสอบรถบนถนนจริงเป็นระยะทาง 30,000 หรือ 50,000 กิโลเมตร ซึ่ง AI ไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้ และก็ไม่ควรถูกนำมาใช้ทดแทนด้วย”

เมื่อรัฐบาลจีนเริ่มขีดเส้นมาตรฐานความปลอดภัยชัดเจนขึ้น การแข่งขันของอุตสาหกรรมรถจีนจึงอาจเข้าสู่บทใหม่ จากเดิมที่แข่งกันว่า “ใครทำรถได้เร็วกว่า” ไปสู่คำถามที่ยากกว่า คือ “ใครทำได้เร็ว โดยต้องไม่แลกกับความปลอดภัย”
 

 

 

 

อ้างอิง: bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์