วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม 2569

Login
Login

OPEC+ ไฟเขียวเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน ปูทางอัดฉีดซัพพลายหลังสงครามยุติ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือ โอเปกพลัส (OPEC+) เห็นชอบในหลักการปรับเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันขึ้นอีกเล็กน้อยสำหรับเดือน ก.ย. นี้ ถือเป็นการฟื้นฟูอุปทานที่เคยหยุดชะงักไปในปี 2023 และเปิดทางให้กลุ่มผู้ผลิตสามารถอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้นทันทีที่สงครามในตะวันออกกลางสิ้นสุดลง

แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้แทนประเทศ 2 ราย เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า สมาชิก 7 ชาติ นำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย มีแนวโน้มเห็นชอบร่วมกันในการปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตรวมอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนหน้า

ที่ผ่านมากลุ่มโอเปกพลัสได้ทยอยเพิ่มโควตาการผลิตมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ เดือนตลอดช่วงสงครามอิหร่าน แม้ว่าปริมาณน้ำมันที่สามารถผลิตและส่งออกได้จริงจากภูมิภาคดังกล่าวจะยังคงถูกจำกัดอย่างหนักจากผลพวงของความขัดแย้งก็ตาม

การปรับเพิ่มโควตาในครั้งนี้จะเป็นการเปิดช่องว่างให้ซาอุดีอาระเบียสามารถเร่งกำลังการผลิตได้ทันทีเมื่อการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียกลับคืนสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะช่วยเติมเต็มคลังน้ำมันสำรองทั่วโลกที่กำลังร่อยหรอลงอย่างหนัก

ปัจจุบัน ภาวะตึงตัวของอุปทานจากสงคราม กำลังดันให้ต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันเบนซินและดีเซลพุ่งสูงขึ้น จนจุดชนวนให้เกิดความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้ออาจจะกลับมาพุ่งทะยานอีกครั้ง

ความพยายามในการจัดระเบียบอุปทานนี้ สอดรับกับสัญญาณเชิงบวกทางการเมืองโลก ที่ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ระบุว่า สหรัฐจะระงับการเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ต่ออิหร่าน หลังจากที่ทางการอิหร่านและประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางแจ้งให้ทราบว่า ทุกฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อมุ่งหน้าไปสู่การทำข้อตกลงร่วมกัน

การเตรียมอัดฉีดอุปทานของกลุ่มโอเปกและพันธมิตรในท้ายที่สุดนี้ อาจช่วยจุดชนวนให้เกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดชั่วคราวขึ้นมาอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่มีการหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านเมื่อเดือนที่แล้ว โดยนักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ว่าภาวะอุปทานล้นตลาดดังกล่าวอาจจะกลับมาอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ การตัดสินใจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ถอนตัวออกจากกลุ่มเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังเผชิญกับความอึดอัดใจจากมาตรการจำกัดโควตาของโอเปกมานานหลายปี ยังได้กระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่า ในอนาคตกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันอาจจะต้องเผชิญกับการแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่ดุเดือดตามมาอีกด้วย