ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเผย อยากเปิดโอกาสให้แคนาดาเป็น “สมาชิกสมทบ” รายแรก เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ใน “โลกที่เป็นปรปักษ์กันอย่างเปิดเผย”
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นางเออร์ซูลา ฟอน เดอ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงนโยบายประจำปีที่รัฐสภายุโรป ในเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันพุธ (16 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ร่วมฟังอยู่ด้วย
“ดิฉันได้กล่าวไปแล้วว่าเราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบความร่วมมือกันใหม่อย่างเร่งด่วน ดังนั้น ดิฉันจึงต้องการร่วมมือกับท่านเปิดทางให้แคนาดาได้เข้ามาเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรป” นางฟอน เดอ ไลเอินกล่าวและว่า จำเป็นต้องมีความร่วมมือใหม่ๆ เกิดขึ้น “ท่ามกลางความเปราะบางและเย็นชาของโลกในปัจจุบัน” อียู และแคนาดา “มองโลกแบบเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องเอไอไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่เรื่องอาร์กติกไปจนถึงภูมิรัฐศาสตร์ และเรายืนเคียงข้างกันในเรื่องยูเครน กลาโหม วัตถุดิบ ซัพพลายเชน แต่เหนืออื่นใดทั้งหมด ยุโรปและแคนาดาเชื่อในประชาธิปไตย”
อย่างไรก็ตาม นางฟอน เดอ ไลเอิน กล่าวต่อสภาโดยไม่ได้ลงรายละเอียดว่าสถานะสมาชิกสมทบนั้นหมายถึงอะไร สมาชิกสภาอียูต่างลุกขึ้นปรบมือให้เมื่อเธอกล่าวจบ จากนั้นเธอเดินเข้าไปสวมกอดนายคาร์นีย์
อียูซึ่งมีสมาชิก 27 ชาติกำลังเผชิญสงครามที่ชายแดน เมื่อรัสเซียรุกรานยูเครน ทั้งอียูและแคนาดายังต้องเผชิญกับการแข่งขันทางการค้าอย่างหนักหน่วงและประเด็นอื่นๆ จากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ด้วย รวมถึงจีนเองก็รุกหนัก
สำนักนายกรัฐมนตรีแคนาดาแถลงว่า นายคาร์นีย์ขานรับข้อเสนอของนางฟอน เดอ ไลเอิน ที่ต้องการให้เกิด “พันธมิตรที่เข้มแข็งและมีความมุ่งมั่นยิ่งขึ้นในอนาคต” ระบุ “แคนาดาและยุโรปควรสร้างหลักประกันความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ผ่านความร่วมมืออย่างลึกซึ้งในทุกมิติ”
ทั้งนี้ นายกฯ แคนาดาไม่ได้กล่าวถึงประเด็นเรื่องสถานะสมาชิกสมทบแต่อย่างใด
ด้านทรัมป์ขู่ว่าจะจัดการอียูถ้าเดินหน้าในสิ่งที่พูด
“ถ้าพวกเขาทำแบบนั้น ถ้าผมคิดว่าเป็นการกระทำอันเป็นปรปักษ์ ผมจะเก็บภาษีรุนแรงมาก หรือไม่ก็เลิกค้าขายสินค้าหลายอย่างกับยุโรปไปเลย” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางไปร่วมงานที่นอร์ทแคโรไลนา
ทำได้จริงหรือ
การตัดสินใจข้อเสนอขึ้นอยู่กับรัฐสมาชิกอียู ไม่ใช่นางฟอน เดอ ไลเอินเพียงลำพัง ผู้ติดตามอียูหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าจะทำได้จริงหรือ
ที่ผ่านมาอียูมักไม่เห็นด้วยกับการสร้างพันธมิตรแบบยืดหยุ่นแต่ไม่มีสถานะทางกฎหมาย ตอนที่เยอรมนียื่นข้อเสนอเมื่อเดือน พ.ค. ให้ยูเครนเป็นสมาชิกสมทบเพื่อใช้เป็นก้าวแรกสู่การเป็นสมาชิกเต็มตัวในอนาคต แต่บรรดาสมาชิกอียูกลับมีท่าทีไม่กระตือรือร้นนักต่อข้อเสนอนี้
นักการทูตอียูรายหนึ่งถึงกับประหลาดใจกับข้อเสนอของนางฟอน เดอ ไลเอิน ระบุ “ไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าหมายถึงอะไร” มีความกังวลว่า ประธานคณะกรรมาธิการ “กำลังให้สัญญามากไปและไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้”
นายฟาเบียน ซูลีกประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคลังสมอง “ศูนย์นโยบายยุโรป” กล่าวว่า เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญสำหรับทั้งสองฝ่าย แต่เห็นความเป็นไปได้ของการ “ยืนหยัดร่วมกัน” รับมือการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจเพื่อบีบบังคับของทรัมป์ และความร่วมมือในด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เขาชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงประการหนึ่งคือการที่คำพูดไม่ได้มาพร้อมกับการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะ “ส่งผลให้เราอ่อนแอลงแทนที่จะเข้มแข็งขึ้น”
การเดินทางเยือนยุโรปของนายคาร์นีย์ เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาการค้าแคนาดา-สหรัฐเมื่อเดือนก่อนล่มลง เป็นเหตุให้ทั้งสองฝ่ายกับภาษีตอบโต้กันหลายรายการ
นายคาร์นีย์ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการค้าของแคนาดากับประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากสหรัฐ เป็นสองเท่าในอีกสิบปีข้างหน้า เนื่องจากแคนาดากำลังหันเหความสนใจออกจากเพื่อนบ้านทางใต้ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ในถ้อยแถลง นางฟอน เดอ ไลเอิน ระบุว่า อียูและแคนาดาจะร่วมมือกันในหลายภาคส่วน แต่ก็ย้ำว่าความเป็นพันธมิตรนี้ไม่ได้ต่อต้านประเทศอื่น
ด้านนายเฮอร์ฮี ตีคี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า ยูเครนยินดีต่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างอียูกับแคนาดา และจะติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด
“เรามีความสนใจและกำลังพิจารณาว่าความร่วมมือนี้จะมีรายละเอียดอย่างไร รวมถึงระดับความใกล้ชิดของการบูรณาการจะเป็นไปในทิศทางใด” โฆษกกล่าว




