วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

อียูจีบแคนาดาอยากให้เป็นสมาชิกสมทบรายแรก แต่ไม่มีรายละเอียด

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเผย อยากเปิดโอกาสให้แคนาดาเป็น “สมาชิกสมทบ” รายแรก เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ใน “โลกที่เป็นปรปักษ์กันอย่างเปิดเผย”

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นางเออร์ซูลา ฟอน เดอ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงนโยบายประจำปีที่รัฐสภายุโรป ในเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส  เมื่อวันพุธ (16 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ร่วมฟังอยู่ด้วย

“ดิฉันได้กล่าวไปแล้วว่าเราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบความร่วมมือกันใหม่อย่างเร่งด่วน ดังนั้น ดิฉันจึงต้องการร่วมมือกับท่านเปิดทางให้แคนาดาได้เข้ามาเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรป” นางฟอน เดอ ไลเอินกล่าวและว่า จำเป็นต้องมีความร่วมมือใหม่ๆ เกิดขึ้น “ท่ามกลางความเปราะบางและเย็นชาของโลกในปัจจุบัน” อียู และแคนาดา “มองโลกแบบเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องเอไอไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่เรื่องอาร์กติกไปจนถึงภูมิรัฐศาสตร์ และเรายืนเคียงข้างกันในเรื่องยูเครน กลาโหม วัตถุดิบ ซัพพลายเชน แต่เหนืออื่นใดทั้งหมด ยุโรปและแคนาดาเชื่อในประชาธิปไตย”

อย่างไรก็ตาม นางฟอน เดอ  ไลเอิน กล่าวต่อสภาโดยไม่ได้ลงรายละเอียดว่าสถานะสมาชิกสมทบนั้นหมายถึงอะไร สมาชิกสภาอียูต่างลุกขึ้นปรบมือให้เมื่อเธอกล่าวจบ จากนั้นเธอเดินเข้าไปสวมกอดนายคาร์นีย์ 

 อียูซึ่งมีสมาชิก 27 ชาติกำลังเผชิญสงครามที่ชายแดน เมื่อรัสเซียรุกรานยูเครน ทั้งอียูและแคนาดายังต้องเผชิญกับการแข่งขันทางการค้าอย่างหนักหน่วงและประเด็นอื่นๆ จากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ด้วย รวมถึงจีนเองก็รุกหนัก

สำนักนายกรัฐมนตรีแคนาดาแถลงว่า นายคาร์นีย์ขานรับข้อเสนอของนางฟอน เดอ ไลเอิน ที่ต้องการให้เกิด “พันธมิตรที่เข้มแข็งและมีความมุ่งมั่นยิ่งขึ้นในอนาคต” ระบุ “แคนาดาและยุโรปควรสร้างหลักประกันความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ผ่านความร่วมมืออย่างลึกซึ้งในทุกมิติ”

ทั้งนี้ นายกฯ แคนาดาไม่ได้กล่าวถึงประเด็นเรื่องสถานะสมาชิกสมทบแต่อย่างใด

ด้านทรัมป์ขู่ว่าจะจัดการอียูถ้าเดินหน้าในสิ่งที่พูด

“ถ้าพวกเขาทำแบบนั้น ถ้าผมคิดว่าเป็นการกระทำอันเป็นปรปักษ์ ผมจะเก็บภาษีรุนแรงมาก หรือไม่ก็เลิกค้าขายสินค้าหลายอย่างกับยุโรปไปเลย” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางไปร่วมงานที่นอร์ทแคโรไลนา

ทำได้จริงหรือ

การตัดสินใจข้อเสนอขึ้นอยู่กับรัฐสมาชิกอียู ไม่ใช่นางฟอน เดอ ไลเอินเพียงลำพัง ผู้ติดตามอียูหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าจะทำได้จริงหรือ

ที่ผ่านมาอียูมักไม่เห็นด้วยกับการสร้างพันธมิตรแบบยืดหยุ่นแต่ไม่มีสถานะทางกฎหมาย ตอนที่เยอรมนียื่นข้อเสนอเมื่อเดือน พ.ค. ให้ยูเครนเป็นสมาชิกสมทบเพื่อใช้เป็นก้าวแรกสู่การเป็นสมาชิกเต็มตัวในอนาคต แต่บรรดาสมาชิกอียูกลับมีท่าทีไม่กระตือรือร้นนักต่อข้อเสนอนี้

นักการทูตอียูรายหนึ่งถึงกับประหลาดใจกับข้อเสนอของนางฟอน เดอ ไลเอิน ระบุ “ไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าหมายถึงอะไร” มีความกังวลว่า ประธานคณะกรรมาธิการ “กำลังให้สัญญามากไปและไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้”

นายฟาเบียน ซูลีกประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคลังสมอง “ศูนย์นโยบายยุโรป” กล่าวว่า เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญสำหรับทั้งสองฝ่าย แต่เห็นความเป็นไปได้ของการ “ยืนหยัดร่วมกัน” รับมือการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจเพื่อบีบบังคับของทรัมป์ และความร่วมมือในด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เขาชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงประการหนึ่งคือการที่คำพูดไม่ได้มาพร้อมกับการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะ “ส่งผลให้เราอ่อนแอลงแทนที่จะเข้มแข็งขึ้น”

การเดินทางเยือนยุโรปของนายคาร์นีย์ เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาการค้าแคนาดา-สหรัฐเมื่อเดือนก่อนล่มลง เป็นเหตุให้ทั้งสองฝ่ายกับภาษีตอบโต้กันหลายรายการ

นายคาร์นีย์ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการค้าของแคนาดากับประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากสหรัฐ เป็นสองเท่าในอีกสิบปีข้างหน้า เนื่องจากแคนาดากำลังหันเหความสนใจออกจากเพื่อนบ้านทางใต้ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ในถ้อยแถลง นางฟอน เดอ ไลเอิน ระบุว่า อียูและแคนาดาจะร่วมมือกันในหลายภาคส่วน แต่ก็ย้ำว่าความเป็นพันธมิตรนี้ไม่ได้ต่อต้านประเทศอื่น

ด้านนายเฮอร์ฮี ตีคี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า ยูเครนยินดีต่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างอียูกับแคนาดา และจะติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

“เรามีความสนใจและกำลังพิจารณาว่าความร่วมมือนี้จะมีรายละเอียดอย่างไร รวมถึงระดับความใกล้ชิดของการบูรณาการจะเป็นไปในทิศทางใด” โฆษกกล่าว