เบื้องหลัง ‘กองเรือเงา’ ที่ลักลอบขนน้ำมันอิหร่าน ไม่ได้มีเพียงเรือเก่าชำรุด แต่ยังซ่อนความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่อาจร้ายแรงไม่แพ้กัน หลังสหรัฐพบช่องโหว่ที่เปิดทางให้เข้าควบคุมเรือได้จากระยะไกล ปลอมพิกัด และลบข้อมูลได้ทันที จนถูกมองว่าเป็น ‘ระเบิดเวลาลอยน้ำ’ ที่อาจนำไปสู่เหตุระเบิดหรือน้ำมันรั่วครั้งใหญ่กลางทะเล
ในภารกิจสกัดเรือลอบขนน้ำมันอิหร่าน สหรัฐได้พบภัยคุกคามใหม่ขึ้น เมื่อ “กองเรือเงาของอิหร่าน” ไม่ได้เสี่ยงแค่สภาพเรือเก่า แต่กำลังใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่มี “ช่องโหว่ร้ายแรง” จนอาจถูกแฮ็กเกอร์หรือผู้ไม่หวังดีเข้าควบคุมจากระยะไกล ปลอมแปลงข้อมูลการเดินเรือ รวมถึงสามารถจุดให้เกิด “อุบัติเหตุใหญ่” เช่น การระเบิดของเรือ หรือการรั่วไหลของน้ำมันลงทะเลได้
รายงานฉบับใหม่นี้มาจากหน่วยปฏิบัติการไซเบอร์แห่งหน่วยยามฝั่งสหรัฐ (U.S. Coast Guard Cyber Command) ซึ่งเปิดเผยว่า เรือในเครือข่ายที่เรียกว่า “กองเรือเงา” ที่ใช้ลำเลียงน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร มักละเลยมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อประหยัดต้นทุนและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล
การค้นพบดังกล่าว เกิดขึ้นหลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐเข้ายึดและตรวจค้นเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำที่เข้า-ออกฮอร์มุซ โดยหลังการเข้าควบคุมเรือ เจ้าหน้าที่ไซเบอร์ของหน่วยยามฝั่งจะขึ้นไปตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์บนเรืออย่างละเอียด
“เราทราบมาหลายปีแล้วว่า กองเรือเงาสร้างความเสี่ยงทางกายภาพอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเรารู้ว่า พวกเขาใช้เรือเก่าและไม่ได้บำรุงรักษาอย่างเหมาะสม” พลเรือตรีเจสัน ทามา ผู้บัญชาการหน่วยไซเบอร์ของหน่วยยามฝั่งสหรัฐกล่าว “แต่สิ่งที่เราไม่รู้จนกระทั่งได้ขึ้นตรวจค้นเรือเหล่านี้คือ ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่ซ่อนอยู่บนเรือ”
ผลการตรวจสอบ ซึ่งถูกเปิดเผยในรายงานฉบับใหม่ที่แบ่งปันให้กับหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ได้สร้างทั้งความประหลาดใจและความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่สหรัฐอย่างมาก เมื่อพบว่า เรือจำนวนไม่น้อยติดตั้ง “ซอฟต์แวร์เถื่อน” พร้อมใช้งานโปรแกรมควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกล เช่น AnyDesk และ TeamViewer ซึ่งเปิดช่องโหว่ให้คนที่อยู่บนฝั่งสามารถเชื่อมต่อเข้าคอมพิวเตอร์บนเรือได้ทันที โดยไม่ต้องมีลูกเรือกด “ยอมรับ” หรืออนุมัติการเชื่อมต่อ
ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐยังพบว่า ผู้ดูแลระบบของกองเรือเงา พยายาม “ลบข้อมูลภายในเรือ” จากระยะไกล หลังจากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐเข้าควบคุมเรือแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามปกปิดหลักฐานและลบร่องรอยการดำเนินงานที่ละเมิดการคว่ำบาตร
เมื่อคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์จากซอฟต์แวร์เถื่อน เชื่อมต่อกับระบบควบคุมและระบบนำทางหลักของเรือ ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดหรือการโจมตีทางไซเบอร์ ก็พุ่งขึ้น
สำหรับเรือบรรทุก “น้ำมันดิบหลายสิบล้านแกลลอน” ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่เหตุเพลิงไหม้ การระเบิด หรือการรั่วไหลของน้ำมันในวงกว้าง ซึ่งจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม การเดินเรือ และชีวิตของลูกเรือ
นอกจากนี้ รายงานยังพบหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่า เรือเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับโดยเฉพาะ
เรือบางลำติดตั้งระบบระบุตำแหน่งอัตโนมัติ (AIS) มากกว่าหนึ่งชุด เพื่อใช้ส่ง “ข้อมูลตัวตนปลอม” ออกสู่ระบบติดตามเรือโลก ขณะที่บางลำมีสวิตช์พิเศษสำหรับสลับชื่อเรือในระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที เปรียบเสมือนการเปลี่ยนชื่อเรือเพียงกดปุ่มเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าของกองเรือเงายังนิยมใช้ชื่อของเรือที่ปลดระวางหรือถูกรื้อทำลายไปแล้ว มาใช้ซ้ำในระบบติดตามเรือ เพื่อสร้างประวัติปลอมและทำให้การตรวจสอบทำได้ยากขึ้น
“เจ้าของกองเรือเงา มักค้นหาเรือที่ถูกปลดระวาง รื้อถอน และส่งไปยังอู่แยกชิ้นส่วนแล้ว จากนั้นก็นำชื่อของเรือเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้ยังคงมีร่องรอยหรือข้อมูลหลงเหลืออยู่ในระบบว่าเรือลำดังกล่าวเคยมีอยู่จริง” พลเรือตรีเดวิด บาราตา รองผู้บัญชาการฝ่ายนโยบายและขีดความสามารถด้านปฏิบัติการของหน่วยยามฝั่งสหรัฐกล่าว
รายงานระบุว่า เรือในกองเรือเงาบางลำยังถูกพบว่า มีการดัดแปลงสาย Ethernet แบบสั่งทำพิเศษ โดยบัดกรีเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตของระบบ AIS เพื่อให้ลูกเรือสามารถส่งข้อมูลพิกัดปลอมออกไป และปกปิดตำแหน่งที่แท้จริงของเรือได้
“เรือลำหนึ่งที่เราเข้าตรวจสอบ แสดงข้อมูลในระบบว่า กำลังอยู่ที่เกาะ Curaçao แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับอยู่บริเวณนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา และกำลังทำการถ่ายโอนน้ำมันจากเรือสู่เรืออยู่ที่นั่น” บาราตากล่าวเสริม
ขณะที่สหรัฐและอิหร่านใกล้จะลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง กองเรือเงาหลายสิบลำที่ติดค้างอยู่ในและรอบอ่าวเปอร์เซีย อาจกลับมาดำเนินการขนส่งน้ำมันอีกครั้ง ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่สหรัฐต้องติดตามและสกัดกั้นอย่างมีนัยสำคัญ
หน่วยยามฝั่งสหรัฐหวังว่า การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ จะกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและสกัดกั้นกองเรือเงามากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดหายนะด้านสิ่งแวดล้อมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ขาดมาตรฐานความปลอดภัย และสกัดกั้นการค้าพลังงานที่หลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ
อ้างอิง: wsj





