รองประธานาธิบดีสหรัฐเผย MOU สหรัฐ-อิหร่านที่ตนเองจะต้องไปลงนามในวันศุกร์นี้ เป็นเอกสารทั่วไป ความยาวแค่ครึ่งหน้า
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐ ผู้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า จะเป็นผู้ลงนามอย่างเป็นทางการในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับอิหร่าน ในวันศุกร์ (19 มิ.ย.) นี้ ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ กล่าวกับ ซีเอ็นเอ็นว่า MOU ที่ลงนามมีเพียงหน้าครึ่ง และ “มันจึงเป็นเอกสารพื้นๆ ทั่วไป” ทางการสหรัฐกล่าวว่า รายละเอียดจะเผยแพร่อีกสองวันข้างหน้า แวนซ์กล่าวว่า MOU รวมถึง “ชุดมาตรการผ่อนคลายคว่ำบาตรที่สำคัญมาก” สำหรับอิหร่าน
เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่านกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลแก่อิหร่านในที่สุด โดยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การปลดล็อกสินทรัพย์ในต่างประเทศ และการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูมูลค่า 300 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ
เจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนกล่าวกับรอยเตอร์แบบไม่เปิดเผยตัวตนว่า อิหร่านต้องตอบสนองข้อเรียกร้องของสหรัฐไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์ และเลิกสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธอย่างฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเพื่อที่จะได้ผลประโยชน์เหล่านั้น
ตอนลงนามข้อตกลงกับสหรัฐในปี 2015 อิหร่านเห็นชอบลดโครงการนิวเคลียร์ลงอย่างมาก แต่ทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวตอนเป็นประธานาธิบดีวาระแรก ข้อตกลงนั้นอนุญาตคืนสินทรัพย์หลายพันล้านดอลลาร์ที่อายัดไว้ให้อิหร่านซึ่งทรัมป์มักเยาะเย้ยว่าเป็นการส่ง “เงินสดจำนวนมหาศาล” ไปให้อิหร่าน
ดูเหมือนว่าทรัมป์ ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้เพียงเล็กน้อยจากที่เริ่มโจมตีอิหร่านกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. รัฐบาลผู้นำศาสนาของอิหร่านยังอยู่ แต่เสียงเรียกร้องของทรัมป์เรื่องให้อิหร่านยกเลิกโครงการพัฒนาขีปนาวุธและยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคอย่างฮิซบอลเลาะห์ยังไม่เป็นผล


