ผอ.องค์การอนามัยโลกเรียกร้องแทนซาเนีย ดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมสู้โควิด-19 หลังประธานาธิบดีไม่ใส่ใจมานาน
นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า ชายแทนซาเนียหลายคนเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านและอื่นๆ ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ชี้ให้เห็นว่า แทนซาเนียจำเป็นต้องมีมาตรการแข็งแกร่งปกป้องพลเมืองของตนเองและในประเทศอื่น
นายทีโดรสเผยด้วยว่า เขาได้เรียกร้องเมื่อปลายเดือน ม.ค. ให้แทนซาเนียออกมาตรการรับมือโรคระบาดและเตรียมตัวฉีดวัคซีน
“ผมคุยกับหลายหน่วยงานในแทนซาเนีย แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลว่าจะออกมาตรการใดมารับมือการระบาดของโควิด-19 สถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงยิ่ง ผมขอเรียกร้องอีกครั้งในแทนซาเนียรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 และแบ่งกันข้อมูล และขอให้ใช้มาตรการด้านสาธารณสุข ที่เรารู้ดีว่าตัดวงจรการระบาดได้ และให้แทนซาเนียเตรียมการฉีดวัคซีน” ผอ. WHO กล่าว
เหตุผลที่รัฐบาลแทนซาเนียเมินเฉยต่อการระบาดของโควิด-19 เพราะที่ผ่านมา ประธานาธิบดีจอห์น มากูฟูลี อ้างว่า การสวดขอพรช่วยป้องกันโควิด-19 ได้ เขาจึงไม่ออกมาตรการควบคุมการระบาด
รัฐบาลแทนซาเนียรายงานข้อมูลครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน เม.ย. ปีก่อน จำนวนผู้ติดเชื้อ 509 คน ในเวลาเดียวกันนั้นนายมากูฟูลีเผยว่า
แต่ไม่นานมานี้ประชาชนและข้าราชการเสียชีวิตเพราะโรคปอดอักเสบกันหลายคน เมื่อวันศุกร์ (19 ก.พ.) ดูเหมือนนายมากูฟูลียอมรับว่ามีการติดเชื้อในประเทศ หลังจากไม่ยอมรับมาหลายเดือน
เมื่อวันพุธ (17 ก.พ.) นายซีฟ ชารีฟ ฮามัด รองประธานาธิบดีเขตกึ่งปกครองตนเองซานซิบาร์ เสียชีวิต หลังจากพรรคฝ่ายค้านของเขายอมรับว่าเขาติดโควิด นายจอห์น คิซาจี ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายข้าราชการพลเรือนก็ลาโลกในวันเดียวกัน ด้วยสาเหตุใดไม่เปิดเผย แต่ประธานาธิบดีพูดถึงโควิด-19 ในงานศพของเขา
“ตอนที่โรคทางเดินหายใจนี้อุบัติขึ้นเมื่อปีก่อน เราชนะเพราะให้ความสำคัญกับพระเจ้าเป็นอย่างแรก แล้วใช้มาตรการอื่นๆ ตามมา ผมมั่นใจว่ารอบนี้เราจะชนะอีกถ้าทำแบบนั้น” นายมากูฟูลีกล่าว
อย่างไรก็ตาม คนในประเทศไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลมากขึ้นทุกที เมื่อวันเสาร์ (20 ก.พ.) สมาคมกฎหมายแทนซาเนียเป็นองค์กรวิชาชีพแรกที่เรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับได้แล้วว่าโควิดระบาด และมีมาตรการรับมือให้เพียงพอ





