ชัดเจนว่านาทีนี้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็นยุทธศาสตร์หลักที่นานาประเทศเลือกใช้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในบรรดาสมาชิกสหประชาชาติ 193 ประเทศฉีดวัคซีนไปเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ วัคซีนกว่า 71.3 ล้านโดสถูกฉีดไปแล้วใน 57 ประเทศ เฉลี่ยราว 3.57 ล้านโดสต่อวัน
สหรัฐเริ่มฉีดเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่ดูแลสุขภาพก่อน ข้อมูลนับถึงวานนี้ (27 ม.ค.) สหรัฐฉีดไปแล้ว 24.5 ล้านโดส ส่วนข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) เมื่อสัปดาห์ก่อนระบุว่า อัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐอยู่ที่ 1.27 ล้านโดสต่อวัน
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร (26 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า ชาวอเมริกันจะได้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาด เพราะรัฐบาลจะซื้อวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคและโมเดอร์นาเพิ่มอีก 200 ล้านโดสทำให้รัฐบาลมีวัคซีนรวม 600 ล้านโดส ซึ่งชุดที่สั่งซื้อเพิ่มนี้จะส่งมอบได้ภายในกลางเดือน ก.ย.
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีไบเดนเตือนด้วยว่าการระบาดจะเลวร้ายลงต่อไปก่อนดีขึ้น
“การฉีดวัคซีนให้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ได้ต้องใช้เวลาหลายเดือน” ไบเดนกล่าว ที่ผ่านมาเขาเรียกร้องให้ประชาชนสวมหน้ากากอยู่เสมอเพื่อป้องกันการแพร่ไวรัส
ทั้งนี้ สหรัฐเป็นประเทศที่มีผู้ติดโควิด-19 มากที่สุดในโลกกว่า 25.4 ล้านคน เสียชีวิตมากที่สุดในโลกเช่นกันที่กว่า 424,000 คน
ไบเดนแสดงความเห็นในช่วงที่รัฐบาลใหม่กำลังสานต่อแผนงานฉีดวัคซีนจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไบเดนได้ชมเชยรัฐบาลก่อนที่วางรากฐานการฉีดวัคซีนไว้ แต่ไม่วายเตือนว่าโครงการแย่กว่าที่คิด
เจ้าหน้าที่รัฐบาลไบเดนไม่สามารถบอกได้ว่า รัฐบาลมีวัคซีนมากเท่าใด อีกทั้งการแจกจ่ายก็ไม่เท่าเทียมกันทำให้เกิดความสับสนและล่าช้าในบางรัฐ ไบเดนให้คำมั่นว่า 100 วันแรกที่เขาเป็นประธานาธิบดีจะฉีดวัคซีนให้ได้ 100 ล้านคน
สำนักงานสื่อสารของทำเนียบขาวเผยแพร่ข้อมูลประกอบการแสดงความเห็นของไบเดน ระบุ 3 ขั้นตอนที่รัฐบาลวอชิงตันกำลังทำเพื่อเพิ่มอุปทานและความโปร่งใสเรื่องวัคซีน นอกเหนือจากซื้อวัคซีนเพิ่ม 200 ล้านโดสแล้ว รัฐบาลจะเพิ่มการแจกจ่ายวัคซีนให้มลรัฐเป็น 10 ล้านโดสต่อสัปดาห์จากอัตราปัจจุบันที่ 8.6 ล้านโดสต่อสัปดาห์
ในวันอังคารเช่นเดียวกันรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ฉีดวัคซีนโดสที่ 2 หลังจากฉีดโดสแรกเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.
“ดิฉันขอให้ทุกคนฉีดวัคซีนเมื่อถึงคราวที่ต้องฉีด ไม่เจ็บเลยค่ะ ช่วยปกป้องชีวิตได้ด้วย” รองประธานาธิบดีหญิงกล่าวหลังฉีดโดสสอง
อนึ่ง ไบเดนใช้กฎหมายการผลิตกลาโหม ออกตั้งแต่ยุคสงครามปี 2493 เพื่อกำกับดูแลการผลิตกระบอกฉีดยา เข็มฉีดยา ขวดแก้ว ซึ่งเป็นเวชภัณฑ์จำเป็นสำหรับการฉีดวัคซีน เขายังสั่งให้สำนักงานจัดการภัยพิบัติกลางสร้างและเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนรัฐบาลกลาง พร้อมส่งวัคซีนไปให้ร้านยาทั่วประเทศแจกจ่ายฟรี ไบเดนย้ำว่านี่คือการปฏิบัติแบบเวลาเกิดสงคราม
ไบเดนแสดงความเห็นในช่วงที่รัฐบาลใหม่กำลังสานต่อแผนงานฉีดวัคซีนจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไบเดนได้ชมเชยรัฐบาลก่อนที่วางรากฐานการฉีดวัคซีนไว้ แต่ไม่วายเตือนว่าโครงการแย่กว่าที่คิด
เจ้าหน้าที่รัฐบาลไบเดนไม่สามารถบอกได้ว่า รัฐบาลมีวัคซีนมากเท่าใด อีกทั้งการแจกจ่ายก็ไม่เท่าเทียมกันทำให้เกิดความสับสนและล่าช้าในบางรัฐ ไบเดนให้คำมั่นว่า 100 วันแรกที่เขาเป็นประธานาธิบดีจะฉีดวัคซีนให้ได้ 100 ล้านคน
สำนักงานสื่อสารของทำเนียบขาวเผยแพร่ข้อมูลประกอบการแสดงความเห็นของไบเดน ระบุ 3 ขั้นตอนที่รัฐบาลวอชิงตันกำลังทำเพื่อเพิ่มอุปทานและความโปร่งใสเรื่องวัคซีน นอกเหนือจากซื้อวัคซีนเพิ่ม 200 ล้านโดสแล้ว รัฐบาลจะเพิ่มการแจกจ่ายวัคซีนให้มลรัฐเป็น 10 ล้านโดสต่อสัปดาห์จากอัตราปัจจุบันที่ 8.6 ล้านโดสต่อสัปดาห์
ในวันอังคารเช่นเดียวกันรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ฉีดวัคซีนโดสที่ 2 หลังจากฉีดโดสแรกเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.
จีนฉีดแล้ว 22.8 ล้านคน
สำหรับจีน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรราว 22.8 ล้านคนแล้ว โดยต้องเร่งมือก่อนถึงวันหยุดตรุษจีนที่ประชาชนหลายล้านคนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา
จีนซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลกขยายกลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีนมาตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. ครอบคลุมถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงสัมผัสไวรัสมากขึ้น เพื่อป้องกันการระบาดในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ
เจิ้ง ยี่ซิน รองผู้อำนวยการกรรมาธิการสุขภาพแห่งชาติ แถลงว่า การฉีดวัคซีนในประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นระเบียบ
หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์สของทางการรายงานในเดือนนี้ว่า จีนตั้งเป้าฉีดวัคซีนประชากร 50 ล้านคนก่อนถึงตรุษจีนในเดือน ก.พ.
ตอนนี้โครงการฉีดวัคซีนทั่วประเทศให้ความสำคัญกับกลุ่มที่จำเป็น เช่น คนงานภาคการแพทย์ ขนส่ง และอาหาร ลูกจ้างและนักศึกษาที่เดินทางไปต่างประเทศ ส่วนคนชราและกลุ่มอื่นๆ ต้องรอไปก่อน
อย่างไรก็ตาม เขตเจ้าหยางในกรุงปักกิ่ง เริ่มฉีดวัคซีนให้พลเมืองกลุ่มอื่นแล้ว และบางชุมชนในเขตตงเจิ้ง กล่าวว่า ชาวบ้านในชุมชนอายุระหว่าง 18-59 ปี ที่ไม่มีข้อบกชี้ทางการแพทย์ว่าไม่เหมาะจะฉีดวัคซีนให้มาลงทะเบียนฉีดได้ แต่ทางการไม่ได้ระบุว่าพร้อมฉีดให้เมื่อใด
เมียนมา-ลาวฉีดเข็มแรก
ส่วนในภูมิภาคอาเซียน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมียนมาเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั่วประเทศแล้ววานนี้ (27 ม.ค.) เริ่มต้นจากบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่หน้างานในภูมิภาคและรัฐต่างๆ รวมทั้งอาสาสมัคร หลังจากเมียนมาเพิ่งได้รับวัคซีนโควิชิลด์ชุดแรก 1.5 ล้านโดสจากอินเดีย เพียงพอฉีดให้ประชาชน 750,000 คน โดยในวันศุกร์ (29 ม.ค.) จะฉีดให้สมาชิกรัฐสภา
วันแรกของการฉีดวัคซีนเมียนมาเปิดฉากกับเจ้าหน้าที่แพทย์ในกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงเนปิดอว์จำนวนกว่า 3,800 คน ตั่น มินท์ อธิบดีกรมสาธารณสุข ภูมิภาคย่างกุ้งเผยว่า
เจ้าหน้าที่แพทย์และสาธารณสุขราว 25,459 คนที่ต้องดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในภูมิภาคย่างกุ้ง ก็เริ่มต้นฉีดแล้วเช่นกัน เขาขอให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดต่อไป
กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาแถลงด้วยว่า สัปดาห์แรกของเดือน ก.พ. วัคซีนโควิชิลด์ราว 2 ล้านโดสจะมาถึง หลังจากนั้นจะมาอีกเรื่อยๆ
เมียนมาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ปีก่อน จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 138,368 คน เสียชีวิต 3,082 คน
ส่วนที่ลาว กระทรวงสาธารณสุขได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาแล้วจำนวน 2,000 โดสเป็นความช่วยเหลือจากบริษัทไซโนฟาร์มและรัฐบาลจีน จำเป็นต้องฉีด 2 เข็ม สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ 3 ปี
ปลายปีที่แล้ว มีการฉีดรอบที่ 1 ให้กลุ่มเสี่ยง ได้แก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำด่านสากล และพนักงานที่ต้องดูแลคนป่วยประจำศูนย์กักตัว จำนวน 298 คน ในนี้ มีคนฉีดครบ 2 เข็มแล้ว 173 คน ใช้วัคซีน 423 โดส ซึ่งได้รับผลดี และยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงเดินหน้าฉีดวัคซีนต่อไป เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงมีภูมิคุ้มกัน โดยในวันที่ 27 ม.ค.2564 ได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด2 จุดคือ โรงหมอมิดตะพาบ 150 เตียง และโรงหมอมะโหสด นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข600 กว่าคน จากโรงหมอใกล้เคียงเข้าร่วมรับการฉีดวัคซีนด้วย
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว รายงานว่า ที่โรงหมอมิดตะพาบขนาด 150 เตียง นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะเฉพาะกิจเพื่อป้องกัน ควบคุม และแก้ไขการระบาดของโควิด-19 และ นายบุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีสาธารณสุข ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรก ถือเป็นนักการเมืองลาวสองคนแรก ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดจากจีน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนลาว
รัฐมนตรีสาธารณสุขลาว ยังเปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่ประชาชนลาวว่า ภายในปี 2564 สปป.ลาว จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้ประชาชนลาวได้ 1.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 22 ของประชากรลาว 7 ล้านคน และคาดว่า ปี 2566 ลาวจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด
เวียดนามทดลองวัคซีนตัวที่ 2
ขณะเดียวกัน โควิแวค วัคซีนป้องกันโควิดตัวที่ 2 ที่เวียดนามพัฒนาเองเริ่มทดลองทางคลินิกแล้ว โดยทำพิธีเปิดที่มหาวิทยาลัยแพทย์ฮานอย เมื่อวันที่ 21 ม.ค. โควิแวคเป็นผลงานของสถาบันวัคซีนและชีววิทยาทางการแพทย์ (ไอวีเอซี) ร่วมกับมหาวิทยาลัยแพทย์ฮานอยตั้งแต่เดือน พ.ค.ปีก่อน ใช้การเพาะเลี้ยงเซลล์ตัวอ่อนไก่ขั้นต้น สถาบันเคยใช้วิธีนี้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประสบความสำเร็จมาแล้ว
ในขั้นพรีคลินิก โควิแวคเคยทดลองในอินเดีย สหรัฐ และเวียดนาม ด่อง ฮู ไถ่ ผู้อำนวยการไอวีเอซีเผยว่า ได้ผลเป็นที่น่าพอใจทุกอย่างสามารถทดลองในมนุษย์ได้
ทั้งนี้ โรงงานไอวีเอซีสามารถผลิตวัคซีนโควิแวคได้ 6-30 ล้านโดสต่อปี วัคซีนตัวนี้สามารถเก็บได้ในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส เทียบกับวัคซีนจากต่างประเทศบางตัวที่ต้องเก็บในที่เย็นจัด-70 องศาเซลเซียส
ขณะนี้เวียดนามกำลังรับสมัครอาสาสมัครอายุระหว่าง 18-59 ปี มีกำหนดฉีดเข็มแรกที่มหาวิทยาลัยแพทย์ฮานอยในเดือน ก.พ.
กัมพูชายังรอวัคซีนจีน
ที่กัมพูชา นายกรัฐมนตรีฮุนเซนประกาศเมื่่่่อวันที่ 22 ม.ค. ว่า รัฐบาลจะทำอย่างดีที่สุดให้บุคลากรหน้างาน 500,000 คน ได้ฉีดวัคซีนก่อนวันปีใหม่กัมพูชา กลางเดือน เม.ย. เป็นการฉีดฟรีตามความสมัครใจ โดยวัคซีนจากจีนจะมาถึงในเดือนหน้า เขาจะนำคณะผู้แทนรับมอบที่สนามบินนานาชาติพนมเปญ และจะฉีดวัคซีนเป็นคนแรกของประเทศ





