วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ดาวโจนส์’ทะยาน 834 จุดขานรับวัคซีนโควิด

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์(9พ.ย.)พุ่งขึ้น 834 จุด ขานรับความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 834.57 จุด หรือ 2.95% ปิดที่ 29,157.97 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 41.06 จุด หรือ 1.17% ปิดที่ 3,550.50 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 181.45 จุด หรือ 1.53% ปิดที่ 11,713.78 จุด


ทั้งนี้ ไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี แถลงในวันนี้ว่า ผลการทดลองบ่งชี้ว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งไฟเซอร์และ BioNTech พัฒนาร่วมกัน มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน

ไฟเซอร์ และ BioNTech ระบุว่า ผลการพัฒนาวัคซีนดังกล่าวถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับวิทยาศาสตร์และมนุษยชาติ

“ผมคิดว่าเราสามารถเห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์” นพ.อัลเบิร์ต เบอร์ลา ประธานบริษัทไฟเซอร์กล่าว

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จะมีประสิทธิภาพอย่างน้อย 75% ขณะที่นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ และเป็นนายแพทย์ใหญ่ของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาว เคยกล่าวว่า หากวัคซีนมีประสิทธิภาพ 50-60% ก็ถือว่ายอมรับได้

ทั้งนี้ ไฟเซอร์จะยื่นจดทะเบียนวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในสัปดาห์หน้า และคาดว่าจะมีการผลิตวัคซีน 50 ล้านโดสภายในปีนี้ และ 1.3 พันล้านโดสในปีหน้า

ด้านนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกแถลงการณ์ขานรับผลการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ แต่ก็เตือนว่าชาวอเมริกันยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างทางสังคม ขณะที่การแพร่ระบาดจะมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว

“ข่าวในวันนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่เกิดขึ้น โดยการประกาศในวันนี้ได้สร้างโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในปีหน้า แต่ภารกิจเฉพาะหน้าของเรายังคงเหมือนเดิม” แถลงการณ์ระบุ

นายไบเดน ออกแถลงการณ์ดังกล่าว หลังจากที่เขาได้เปิดเผยรายชื่อคณะทำงานในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิดสะสมมากกว่า 10 ล้านราย และเสียชีวิตมากกว่า 240,000 ราย

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นายไบเดนคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ