ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขสหรัฐ เตือน พฤติกรรมชาวอเมริกันฝ่าล็อกดาวน์สกัดโควิด-19 อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1 แสนรายในปลายเดือน พ.ค.
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของสหรัฐ ได้ออกมาเตือนว่า ในปลายเดือนพ.ค.นี้ อาจมียอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในสหรัฐสูงถึง 100,000 รายจากแนวโน้มพฤติกรรมของชาวอเมริกันไม่สนใจมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มมากขึ้น
สำนักงานสถิติของสหรัฐ ระบุว่า สถานการณ์ล่าสุด มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เฉพาะในรัฐเท็กซัสพุ่ง 32,000 กว่าคน เป็นพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ9 ของสหรัฐ โดยมีนครนิวยอร์กเป็นพื้นที่ติดเชื้อสูงสุด
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ร้านตัดผมในรัฐเท็กซัสแห่งหนึ่งได้เปิดบริการ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรการล็อกดาวน์ของเมือง ทำให้ต้องจ่ายค่าปรับ และขอโทษกับการกระทำดังกล่าว แต่ผู้กระทำความผิดไม่ยอมขอโทษให้เหตุผลว่า เพราะต้องหาเงินเลี้ยงลูก งานนี้โดนโทษหนักปรับไป 650 ดอลลาร์และถูกจำคุก 1 อาทิตย์ ถึงแม้ว่า โทษทั้งจำและปรับ แต่ก็ไม่ทำให้ชาวอเมริกันหวั่นเกรงกฎระเบียบแต่อย่างใด
ส่วนห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหาร ในแคลิฟอร์เนีย ก็ไม่สนใจต่อสถานการณ์โควิด-19 ระบาด เปิดร้านขายของโดยให้เหตุผลว่าย่านนี้มีคนติดเชื้อน้อยก็เลยตัดสินใจเปิดให้บริการ และมีผู้คนไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก
เว็ปไซต์ Worldometer.infor รายงานข้อมูล ณ วันที่ 8 พ.ค. 2563 เมื่อเวลา 12.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐสูงถึง1,292,609 ราย เสียชีวิต 73,934 ราย เป็นสถิติอันดับ 1 สูงที่สุดในโลก





