ผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่เจ็บป่วยด้วยอาการหัวใจวายเข้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลในสหรัฐ มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าหากพบหมอผู้ชาย
ผลการศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences โดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ศึกษาจากผู้ป่วยกว่า 500,000 คนในรัฐฟลอริดา ระหว่างปี 2534-2553 ที่แอดมิทเข้าห้องฉุกเฉินด้วยอาการภาวะกล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นศัพท์ทางการแพทย์ของอาการหัวใจวาย พบว่า อัตราการรอดชีวิตแตกต่างกันมากเมื่อดูจากเพศของผู้ป่วยและแพทย์
กล่าวคือ หากผู้ป่วยหญิงได้รับการรักษาจากแพทย์หญิง จะได้ผลอย่างมากและส่งผลบวกต่อการรอดชีวิต โดยปกติผู้ป่วยหัวใจวายที่เข้าห้องฉุกเฉินเสียชีวิตเกือบ 12% แต่ถ้าแพทย์หญิงรักษาผู้ป่วยหญิงจะลดโอกาสการเสียชีวิตลง 5.4%
ในทางตรงกันข้ามหากใช้แพทย์ชายรักษาผู้ป่วยหญิง มีโอกาสรอดชีวิตน้อยลง 1.52% เมื่อเทียบกับการใช้แพทย์หญิงรักษาผู้ป่วยชาย
ผลการศึกษาก่อนหน้านี้ชี้ว่า ผู้หญิงมีโอกาสเสียชีวิตจากหัวใจวายมากกว่าผู้ชาย ที่เป็นเช่นนี้ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า อาจเป็นเพราะอาการของผู้หญิงแตกต่างกันมากกว่าผู้ชาย หรือผู้หญิงมักชะลอการรักษามากกว่าผู้ชาย
ผลการศึกษาครั้งนี้ให้คำอธิบายใหม่ๆ ว่าทำไมความไม่เสมอภาคทางเพศในการเสียชีวิตด้วยหัวใจวายยังคงมีอยู่ ระบุ “แพทย์ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย และแพทย์ชายดูเหมือนจะมีปัญหาในการรักษาคนไข้หญิง”
นักวิจัยยังพบด้วยว่า ยิ่งหมอชายรักษาผู้ป่วยหญิงมากเท่าใด แนวโน้มคนไข้หญิงเสียชีวิตก็จะมีน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ทางออก เพราะเท่ากับว่ามีผู้หญิงจำนวนหนึี่งต้องเสียชีวิตเพื่อให้แพทย์ได้เรียนรู้ความผิดพลาด
“การเสียชีวิตที่ลดลงอาจเกิดจากต้นทุนชีวิตของผู้ป่วยหญิงคนก่อนๆ” รายงานระบุ
อีกปัญหาหนึี่งก็คือแพทย์ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย หลายครั้งจึงจัดแพทย์หญิงรักษาคนไข้หญิงไม่ได้ ทางออกจึงอาจทำได้ง่ายๆ ด้วยการเพิ่มแพทย์หญิงในแผนกฉุกเฉินให้มากขึ้น “เนื่องจากการปล่อยให้แพทย์ชายเรียนรู้งานของตนต้องมีต้นทุน จึงอาจจะได้ผลมากกว่าหากเพิ่มจำนวนแพทย์หญิง”





