สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ(1ส.ค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวลดลง 1.6% หลังการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 1.10 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดตลาดที่ราคา 67.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 1.87 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 72.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล และอีไอเอ ยังเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเพิ่มขึ้น 264,000 บาร์เรล
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากผลการสำรวจที่พบว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ทำการผลิตน้ำมันในเดือนก.ค.มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอุปทานน้ำมันจะพุ่งขึ้นสูงกว่าอุปสงค์ในตลาด
ทั้งนี้ โอเปกเพิ่มกำลังการผลิต 70,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 32.64 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปีนี้
นอกจากนี้ นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รมว.พลังงานรัสเซีย กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การผลิตน้ำมันของรัสเซียจะพุ่งแตะระดับ 11.02 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี
ขณะเดียวกัน ความกังวลที่ว่าการทำสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งความต้องการใช้น้ำมัน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ฉุดราคาน้ำมันในตลาด





