แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลที่ทะยานมากที่สุดจะช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์และดัชนีแนสแด็ก
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ (1สค.)ตามเวลาสหรัฐ ปรับตัวร่วงลง 81.37 จุดหรือ 0.32% ปิดที่ 25,333.82 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลบ 2.93% หรือ 0.10% ปิดที่ 2,813.36 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น 35.50 จุด หรือ 0.46% ปิดที่ 7,707.29 จุด
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้ และหุ้นแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก ประกอบกับการดีดตัวขึ้นของราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ และ แนสแด็กเนื่องจากหุ้นแอ๊ปเปิ้ลได้ถูกรวมอยู่ในการคำนวณดัชนีทั้งสอง
ราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ พุ่งขึ้นในวันนี้ ขานรับการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้แอ๊ปเปิ้ลใกล้เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลเปิดตลาดในวันนี้ที่ระดับ 199.13 ดอลลาร์ พุ่งขึ้นกว่า 4% หลังจากปิดตลาดวานนี้ที่ระดับ 190.29 ดอลลาร์
หากราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลพุ่งขึ้นแตะ 203.45 ดอลลาร์ จะส่งผลให้แอ๊ปเปิ้ลเป็นบริษัทจดทะเบียนแห่งแรกของโลกที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยขณะนี้ ราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลพุ่งขึ้น 17% นับตั้งแต่ต้นปี และทะยานขึ้นมากกว่า 30% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
แอ๊ปเปิ้ล เปิดเผยผลประกอบการช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. ซึ่งเป็นไตรมาส 3 ตามปีงบการเงินของบริษัท โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 17% อยู่ที่ระดับ 5.33 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.23 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.34 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 40% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.18 ดอลลาร์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าในการแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานวานนี้ว่า สหรัฐและจีนกำลังเจรจากันเพื่อยุติสงครามการค้า





