ขานรับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ที่ส่งสัญญาณว่าจีนพร้อมเปิดกว้างให้ต่างชาติเข้าถึงตลาดจีนมากขึ้น และจีนจะปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 428.9 จุดหรือ 1.79% ปิดที่ 24,408 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 43.71 จุดหรือ 1.67% ปิดที่ 2,656.87 จุด และดัชนีแนสแด็ก บวก 143.96 จุดหรือ 2.07 % ปิดที่ 7,094.30 จุด
ทั้งนี้ หุ้นทุกกลุ่มในตลาดต่างดีดตัวขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่หุ้นดาวดูปองต์ทะยานขึ้นมากที่สุด ส่วนราคาหุ้นกลุ่มรถยนต์ของสหรัฐพุ่งขึ้นเช่นกัน ขานรับถ้อยแถลงของปธน.สี จิ้นผิง
โดยราคาหุ้นฟอร์ด มอเตอร์ดีดตัวขึ้น 2.4% ขณะที่หุ้นเจเนรัล มอเตอร์ และเทสลาทะยานขึ้น 2.1% และ 4.4% ตามลำดับ ส่วนหุ้นเฟียต ไคร์สเลอร์ปรับตัวขึ้น 2.6%
นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ หลังจากที่ปธน.สี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมโป๋อ่าว ฟอรัม ฟอร์ เอเชีย (บีเอฟเอ) โดยให้คำมั่นว่าจีนจะปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์และภาษีนำเข้าสินค้าอื่นๆบางประเภท รวมทั้งเปิดกว้างการเข้าถึงตลาดจีน
นอกจากนี้ ปธน.สี ยังให้คำมั่นบนเวทีประชุมบีเอฟเอด้วยว่า จีนจะปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งจะเพิ่มการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทต่างชาติ
ผู้นำจีนส่งสัญญาณปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความโจมตีจีน ซึ่งเรียกเก็บภาษีต่อรถยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐ สูงกว่าที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีรถยนต์ที่นำเข้าจากจีน
ทั้งนี้ จีนเรียกเก็บภาษีรถยนต์ส่วนใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในอัตรา 25% แบ่งเป็นภาษีศุลกากร 10% และภาษีรถยนต์ 15% และหากเป็นรถยนต์หรูที่มีราคามากกว่า 1.3 ล้านหยวน (200,000 ดอลลาร์) จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 10%





