วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยฉุดราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวลง

ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันอังคาร (30 ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง โดยยังคงถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ หลังการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเลกทรอนิกส์ ร่วงลง  4.90 ดอลลาร์ หรือ 0.4% สู่ระดับ 1,335.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ตลาดทองได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งขึ้น หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ยังคงดีดตัวขึ้นในวันนี้ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2557

ทั้งนี้ การดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นนั้น มาจากจากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวที่แข็งแกร่ง และเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้น

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทอายุ 10 ปี พุ่งทะลุระดับ 2.7% เมื่อคืนนี้ จะเป็นการปูทางไปสู่ระดับ 2.8% ต่อไป ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทอายุ 30 ปี มีแนวโน้มดีดตัวสู่ระดับ 3.0%

ตลาดการเงินได้เพิ่มการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ โดยซีเอ็มอี  กรุ๊ป ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือเฟดวอทช์ วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 26% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 23% ในวันศุกร์ และ 10% ในเดือนที่แล้ว

นักลงทุนจับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) ในวันที่ 30-31 ม.ค.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.25-1.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2560

ด้านนายแกรี่ โคห์น ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะกล่าวถึงแผนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ วงเงิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ในการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรส

นอกจากนี้ นายโคห์น ยังกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์จะกล่าวถึงการลดขั้นตอนสำหรับกระบวนการอนุมัติการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภค โดยจะลดเวลาอนุมัติจากปัจจุบันที่ต้องใช้เวลา 7-10 ปี ให้เหลือเวลาไม่ถึง 2 ปี