วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาสภาผู้แทนสหรัฐโหวตกม.ภาษีฉุดดาวโจนส์ปิดลบ

หากร่างกฎหมายผ่านสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ ก็จะถือเป็นการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐนับตั้งแต่ปี 2529 หรือกว่า 30 ปี และจะถือเป็นชัยชนะครั้งแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสนับตั้งแต่ที่ปธน.ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันอังคาร (19ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวร่วงลง  37.45  จุดหรือ 0.15% ปิดที่ 24,754.75 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลง 8.69 จุดหรือ 0.32 % ปิดที่ 2,681.47  จุดและดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลง 30.91 จุดหรือ 0.44% ปิดที่ 6,963.85 จุด

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงนำตลาด ขณะที่หุ้นแอ๊ปเปิ้ล ร่วงลง 0.9% หลังจากที่บริษัทโนมูระ อินสติเน็ท ปรับลดอันดับความน่าลงทุนของแอ๊ปเปิ้ล สู่ “neutral” จากเดิมที่ “buy” โดยระบุว่า วัฏจักรการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นจากการจำหน่ายไอโฟน10 กำลังใกล้จะสิ้นสุดลง

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะลงมติต่อร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีในวันอังคาร (19ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่วุฒิสภาจะลงมติในวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น

นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของสหรัฐ หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ท้ายที่สุดแล้ว ร่างกฎหมายปฏิรูประบบภาษีที่ผลักดันโดยสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภานั้น จะสามารถผ่านความเห็นชอบในสภาคองเกรส และส่งต่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามเป็นกฎหมายภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากนายบ็อบ คอร์เกอร์ และมาร์โค รูบิโอ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐเทนเนสซีและฟลอริดา ซึ่งมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับแผนปฏิรูปภาษีก่อนหน้านี้ ได้ออกมายืนยันแล้วว่า พวกเขาจะโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว

ด้านนายเควิน แบรดี้ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสภาผู้แทนราษฎร และเป็นผู้นำในการร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าพรรครีพับลิกันมีคะแนนเสียงในมือที่จะผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีฉบับดังกล่าว

ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันได้เปิดเผยรายละเอียดขั้นสุดท้ายของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี ซึ่งมาจากการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีที่ผ่านการอนุมัติของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ โดยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายจะยังคงจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ที่ 7 ขั้น คือที่ระดับ 10%, 12%, 22%, 24%, 32%, 35% และ 37% โดยลดอัตราภาษีขั้นสูงสุดสู่ระดับ 37% จากระดับ 39.6% ขณะเดียวกัน จะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปีตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา