อินโดนีเซียมีแผนร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ในเดือนนี้ กรณีสหภาพยุโรป (อียู) เก็บภาษีป้องกันการทุ่มตลาดจากไบโอดีเซลที่นำเข้าจากอินโดนีเซีย
นายปราดเนียวาตี ผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยการค้าอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียพร้อมจะยื่นร้องเรียนต่อดับเบิลยูทีโอในการประชุมวันที่ 29-30 มี.ค. ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ โดยชี้ว่ามาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าของอียูไม่สอดคล้องกับข้อตกลงป้องกันการทุ่มตลาดของดับเบิลยูทีโอ และขัดกับหลักคำนวนที่อียูใช้
เมื่อเดือนพ.ย. 2556 อียูกำหนดอัตราภาษีระหว่าง 8.8-20.5% สำหรับผู้ผลิตน้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซีย และระหว่าง 22-25.7% สำหรับผู้ผลิตถั่วเหลืองจากอาร์เจนตินา โดยมีผลบังคับใช้ 5 ปีกับทั้งสองประเทศ
อียูให้เหตุผลที่กำหนดอัตราภาษีดังกล่าวว่า อินโดนีเซียและอาร์เจนตินาสร้างความได้เปรียบให้กับบรรดาผู้ผลิตในประเทศตัวเอง ซึ่งเป็นการเปิดทางให้พวกเขาสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคาต่ำอย่างไม่เป็นธรรม
ขณะที่อาร์เจนตินาและอินโดนีเซีย ต่างวิจารณ์มาตรการของอียูว่าเป็นการกีดกันทางการค้า
อินโดนีเซียเผยว่า การเก็บภาษีนำเข้าของอียูส่งผลให้ยอดขายไบโอดีเซลลดลงอย่างหนัก โดยข้อมูลของเทรด แม็ป ระบุว่า ในปี 2556 อินโดนีเซียมียอดขายไบโอดีเซลอยู่ที่625 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเหลือประมาณ 9 ล้านดอลลาร์ในปีนี้





