วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทูตสิทธิฯสหรัฐจวกยับ ‘อองซาน ซูจี’

ทูตสิทธิมนุษยชนสหรัฐจี้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ตั้งกรรมการสอบประวัติสิทธิมนุษยชนเมียนมาเช่นเดียวกับที่ทำกับเกาหลีเหนือและเอริเทรีย ไม่เว้นซูจี

นายคีธ ฮาร์เปอร์ ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นทูตสหรัฐประจำคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อปี 2557 ถึงเดือน ม.ค.ปีนี้ เขียนบทความลงเว็บไซต์ Just Security ว่า นางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาความเลวร้ายที่ชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ต้องเผชิญ แต่นักการทูตตะวันตกและนักสิทธิมนุษยชนกลับยกย่องเธอเป็นวีรสตรี ที่จะนำพาประเทศพ้นปัญหาได้ ซึ่งเขาเกรงว่ารัฐบาลใหม่ของสหรัฐที่ยังไม่แต่งตั้งทูตสิทธิมนุษยชนคนใหม่มาทำงานแทนเขาที่นครเจนีวา อาจไม่ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่

นายฮาร์เปอร์ระบุด้วยว่า สถานะความเป็นผู้อุทิศตัวสนับสนุนประชาธิปไตยของนางซูจี ทำให้ตรวจสอบรัฐบาลของเธอได้ยาก แม้มีเอกสารเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน รางวัลโนเบลที่ได้รับเป็นเกราะป้องกันที่น่ากลัวที่สุดไม่ให้เธอถูกตรวจสอบอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อภิปรายเรื่องเมียนมาในการประชุมวาระ 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันนี้ เขาจึงเสนอให้เสนอให้สอบสวนเมียนมาอย่างเต็มรูปแบบ อันเปรียบเหมือนยาแรงที่ใช้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่น่ากลัวที่สุด

บทความของนายฮาร์เปอร์ชี้ว่า หลายคนหวังว่าเมื่อนางซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2534 จะจัดการปัญหาวิกฤติมนุษยชนได้เมื่อเธอครองอำนาจเมื่อหนึ่งปีก่อน แต่กลายเป็นว่า แม้เธอจะยินดีกับคำชื่นชมว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนประชาธิปไตย แต่เธอไม่ได้เตรียมตัวมาต่อสู้ให้กับชาวโรฮิงญา ดังนั้นการละเว้นไม่สอบสวนเธอด้วยจึงถือเป็นเรื่องผิด

“หากคิดว่านางซูจีไม่มีอำนาจพอจะควบคุมกองทัพ เธอก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการใช้ประโยชน์จากภาพลักษ์นักสู้ที่เธอมี ซึ่งย่อมส่งผลใหญ่หลวงอย่างไม่ต้องสงสัย” ทูตสหรัฐระบุ