สหรัฐประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรด้านการค้าต่อเมียนมาอย่างเป็นทางการ เพื่อสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปประเทศ
ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ (7 ต.ค.) ว่า ได้ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรด้านการค้าและการลงทุนต่อเมียนมาอย่างเป็นทางการ ตามการใช้อำนาจบริหารพิเศษในฐานะผู้นำสหรัฐของประธานาธิบดีบารัก โอบามา เพื่อสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศตามแนวทางประชาธิปไตยของรัฐบาลพลเรือนเมียนมาชุดปัจจุบัน ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเมียนมา
การใช้อำนาจดังกล่าวของนายโอบามา ซึ่งรวมถึงการผ่อนปรนมาตรการทางการค้าและการออกวีซ่ากับเมียนมาที่ระงับมากว่า 20 ปีจากปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น เป็นผลจากการพบหารือกับนางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ หรือผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา ซึ่งเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเมื่อช่วงกลางเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยเธอกล่าวเชิญชวนให้ภาคเอกชนของสหรัฐเข้าไปลงทุนในเมียนมาให้มากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม การลดระดับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐจต่อเมียนมาในครั้งนี้ ไม่มีผลครอบคลุมถึงการขึ้นบัญชีดำนิติบุคคลและบุคคลธรรมดารวมกันราว 100 ราย ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับอดีตรัฐบาลทหาร เช่นเดียวกับมาตรการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมหยกและทับทิม ตลอดจนการห้ามค้าขายอาวุธกับเกาหลีเหนือและการงดออกวีซ่าให้แก่ทหารบางนายทั้งที่ยังอยู่ในราชการและเกษียณแล้วซึ่งจะยังคงมีผลบังคับใช้ไว้ก่อน
ขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนวิจารณ์ทำเนียบขาวกำลังมองข้ามปัญหาสิทธิมนุษยชนในเมียนมา




