อังกฤษเผยแพร่รายงานแจกแจงรายละเอียดเรื่องการจ่ายภาษีของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน หลังเจอกดดันหนักกรณีบิดามีชื่อถือบ.ออฟชอร์ในเอกสารปานามา
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษเผยแพร่รายงานแจกแจงรายละเอียดเรื่องการจ่ายภาษีของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปี 2553
รายละเอียดสำคัญในรายงานฉบับนี้รวมถึง นายคาเมรอนได้รับมรดกเป็นเงิน 300,000 ปอนด์ หรือราว 14.9 ล้านบาทจากบิดาคือนายเอียน ซึ่งถึงแก่กรรมเพียงไม่กี่เดือนก่อนบุตรชายได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเงินเป็นของขวัญอีก 200,000 ปอนด์ หรือราว 9.9 ล้านบาท จากมารดา คือนางแมรี เฟลอร์ วัย 82 ปี
อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุว่า เงินทั้งหมดที่นายคาเมรอนได้รับจากบิดามารดา คือผลประโยชน์ที่ครอบครัวคาเมรอนได้รับจาก “แบลร์มอร์ โฮลดิงส์” กองทุนนอกอาณาเขตจดทะเบียนในบาฮามาสโดยนายเอียน เมื่อปี 2525 หรือไม่ โดยชื่อของนายเอียนและกองทุนดังกล่าวปรากฏอยู่ในเอกสารปานามา ซึ่งมีความเชื่อมโยงถึงบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา ที่ปรึกษาด้านกฎหมายในปานามาว่าให้บริการลูกค้าระดับสูงหลายรายในการจัดตั้งบริษัทหรือกองทุนนอกอาณาเขตเพื่อหลบเลี่ยงภาษี
เอกสารของทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุด้วยว่า นายคาเมรอนและภรรยาคือนางซาแมนธา ได้กำไรร่วมกัน 19,000 ปอนด์ หรือราว 948,100 บาท จากการขายหุ้นในแบลร์มอร์ เมื่อปี 2553 โดย 9,501 ปอนด์ หรือราว 474,099 บาท เป็นกำไรในชื่อผู้นำอังกฤษ ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของฐานภาษี คือ 10,100 ปอนด์ หรือราว 503,990 บาท ต่อมาระหว่างปี 2557-2558 นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีรายได้ 200,307 ปอนด์ หรือราว 9.99 ล้านบาท และจ่ายภาษีในช่วงระหว่างนั้นรวม 75,898 ปอนด์ หรือราว 3.78 ล้านบาท โดยมีเงินได้อีก 46,899 ปอนด์ หรือราว 2.3 ล้านบาท จากการถือหุ้นครึ่งหนึ่งของที่ดินของครอบครัวที่ย่านน็อตติง ฮิลล์ ในกรุงลอนดอน และได้รับดอกเบี้ยอีก 3,052 ปอนด์ หรือราว 152,294 บาท จากเงินฝากที่ธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่า จุดประสงค์ของการเผยรายงานเรื่องภาษีซึ่งถือเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนแรกที่เปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ คือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายคาเมรอน ท่ามกลางการประท้วงอย่างหนักของประชาชนที่หน้าทำเนียบนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้นายคาเมรอนลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
รายงานดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังนายคาเมรอนกล่าวต่อที่ประชุมพรรคอนุรักษ์นิยมเมื่อวันเสาร์ ยอมรับความผิดพลาดทุกอย่างที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียว โดยเฉพาะการกล่าวต่อสื่อเมื่อต้นสัปดาห์ว่าการปรากฏชื่อของบิดาในเอกสารปานามาถือเป็นเรื่องส่วนตัว




