รัฐบาลเยอรมนีออกมาตรการใหม่ในการควบคุมผู้อพยพ หลังประเทศต้องเผชิญกับการหลั่งไหลของผู้อพยพกว่า 1 ล้านคนในปีก่อน
นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ร่วมประชุมกับนายซิกมาร์ แกเบรียล รองนายกรัฐมนตรี และนายฮอร์ส ซีฮอฟเฟอร์ หัวหน้าพรรคซีเอสยู ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมลงมติรับรองแผนควบคุมและรับมือกับผู้อพยพรูปแบบใหม่ หลังผู้อพยพหลั่งไหลเข้าเยอรมนีเมื่อปี 2558 มีจำนวนกว่า 1.1 ล้านคน
ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมนี จะปรับปรุงกระบวนการส่งตัวผู้อพยพที่ละเมิดกฎหมายเยอรมนีกลับประเทศต้นทางอย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น พร้อมกับออกกฎห้ามผู้อพยพ ที่ได้รับอนุญาตให้พำนักอาศัยในเยอรมนี พาสมาชิกครอบครัวมาอยู่ด้วยภายในระยะเวลา 2 ปี
นอกจากนี้ รัฐบาลเยอรมนี ยังประกาศมาตรการเพิ่มเติมว่า ประเทศแอลจีเรีย, โมร็อกโก, ตูนิเซีย, แอลเบเนีย, มอนเตเนโกร และโคโซโว ถือเป็นกลุ่มประเทศปลอดภัย ผู้ที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ จะไม่ได้รับการพิจารณาคำร้องขอพำนักอาศัยอยู่ในเยอรมนีในฐานะผู้ลี้ภัย
ขณะที่สำรวจความคิดเห็นชาวเยอรมัน 2,047 คน ช่วงวันที่ 22-25 ม.ค. โดยสำนักวิจัยอินซาและนิตยสารโฟคุส ระบุว่า 39.9 % ต้องการให้นายกรัฐมนตรีแมร์เคิล ลาออกจากตำแหน่ง เพราะนโยบายเปิดพรมแดนรับผู้อพยพ ที่ส่งผลให้เยอรมนีต้องรับภาระดูแลคนเหล่านี้ถึง 1.1 ล้านคน เฉพาะปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม และ 45.2% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า นโยบายเรื่องผู้อพยพไม่ควรเป็นเหตุผลในการลาออกของนางแมร์เคิล ขณะที่ 14.9 %ไม่มีความเห็น




