ประธานคณะมนตรียุโรปเตือนชาติสมาชิกสหภาพยุโรปมีเวลาไม่เกิน 2 เดือนที่จะต้องเร่งแก้ไขวิกฤตผู้อพยพ หวั่นเชงเก้นล่ม
สหภาพยุโรปหรืออียู กำลังเผชิญวิกฤตผู้อพยพหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีเบลเยียมและเยอรมนี สองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจเป็นจุดหมายหลักของผู้อพยพ
ประธานคณะมนตรียุโรป นายโดนัลด์ ทัสค์ ประกาศในการประชุมรัฐสภายุโรป ที่เมืองสตราส์บูร์กของฝรั่งเศสเมื่อวันอังคารว่า มีเวลาไม่ถึงสองเดือนในการหาทางควบคุมสถานการณ์ผู้อพยพ และการประชุมคณะมนตรียุโรปกลางเดือนมี.ค.จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะพิจารณาว่ามาตรการต่างๆสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ และหากไม่สำเร็จ อียูอาจเผชิญผลกระทบเลวร้ายตามมา เช่น การล่มสลายของข้อตกลงเชงเก้น
ข้อตกลงเชงเก้นที่มี 26 ชาติสมาชิกลงนาม อนุญาตให้พลเมืองในกลุ่มเดินทางในภูมิภาคได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง และอนุญาตให้พลเมืองนอกกลุ่ม ที่ถือวีซ่าเชงเก้น มีสิทธิเดินทางในภูมิภาคได้ด้วยวีซ่าเดียว
แต่ปัจจุบัน บางประเทศ อย่าง เดนมาร์ก เยอรมนี สวีเดน และออสเตรีย ระงับการปฏิบัติตามข้อตกลงเชงเก้นชั่วคราว และอีกหลายประเทศ ดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อสกัดกั้นผู้อพยพข้ามพรมแดน เช่น ตั้งรั้วกั้นตามแนวพรมแดน เพิ่มทหารตามจุดผ่านแดนเพื่อตรวจบัตรประจำตัว หนังสือเดินทางและสัมภาระ
ปีที่แล้ว มีผู้อพยพกว่า 1 ล้านคน ส่วนใหญ่เดินทางมาจากตะวันออกกลางและแอฟริกาเข้าสู่ทวีปยุโรป และกว่า 3,700 คนเสียชีวิตระหว่างล่องเรือข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนเข้าสู่ยุโรป




