ชาวมุสลิมทั่วโลก พร้อมใจใช้โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางประณามการก่อเหตุโจมตีปารีส ที่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบ
ชาวมุสลิมทั่วโลก พร้อมใจใช้โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางประณามการก่อเหตุโจมตีปารีส ที่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบ พร้อมปกป้องศาสนาของตัวเองว่า ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องความรุนแรงแต่อย่างใด
ชาวมุสลิมนิกายต่างๆ รวมถึง บรรดาแกนนำทางการเมือง ต่างออกมาประณามการโจมตีกรุงปารีส ตั้งแต่ก่อนหน้าที่กลุ่มไอเอส จะออกมาอ้างความรับผิดชอบ อาทิ ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน ที่กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า เป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และรัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ นายคาเลด อัล อัตติเยาะห์ ที่บอกว่า เป็นการกระทำของพวกชั่วร้าย
ส่วนประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ชาติที่มีประชากรมุสลิมมากสุดในโลก ก็ออกมาประนามผู้ลงมือก่อเหตุนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีปฏิกิริยาตอบโต้จากบุคคลทั่วไป โดยบนทวิตเตอร์นั้น มีผู้คนจำนวนมาก ที่พากันติดแฮชแท็กคำว่า เทอร์รอริซึม แฮส โน รีลิเจียน (#TerrorismHasNoReligion) หรือ ก่อการร้ายไม่มีศาสนา
ทั้งยังมีชาวมุสลิมจำนวนมาก ที่หยิบยกคำสอนในคัมภีร์อัลกุรอานออกมาเป็นพยานหลักฐานในจุดยืนของตนเอง โดยเฉพาะในคำสอนที่ว่า “ไม่ว่าใครก็ตามที่สังหารคนบริสุทธิ์ ก็เหมือนกับว่าเขาได้สังหารมวลมนุษยชาติ”
ทั้งนี้ กระแสต่อต้านกลุ่มไอเอส ในหมู่ชาวมุสลิม เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะเกิดการโจมตีปารีสแล้ว โดยเมูลนิธิแอคทีฟ เชนจ์ (Active Change Foundation)ที่มีฐานอยู่ในกรุงลอนดอน ได้เปิดตัวการรณรงค์ต่อต้านไอเอสมาตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ด้วยการเชิญชวนให้โลกโซเชียลมีเดีย ติดแฮชแท็กคำว่า น็อต อิน มายเนม (#NotInMyName) หรือ ไม่ใช่ในนามของฉัน เพื่อต่อต้านกับการทำคลิปโฆษณาชวนเชื่อ และแฮชแท็กของไอเอส ในขณะนั้น ที่ขู่จะก่อการร้ายในสหรัฐ
โครงการนี้มีขึ้น เพื่อให้โลกตระหนักว่า กลุ่มไอเอสไม่ได้เป็นตัวแทนของศาสนาอิสลาม หรือชาวมุสลิม ซึ่งผุ้ก่อตั้งแอคทีฟ เชนจ์ นายฮานิฟ กาดีร์ บอกว่า กลุ่มก่อการร้ายไอเอส ไม่ได้เป็นมุสลิมที่จริง พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติตามแนวคำสอนของศาสนาอิสลามที่เน้นเรื่องสันติภาพ ความเมตตา และความเห็นอกเห็นใจ พร้อมย้ำว่า ไอเอาเป็นศัตรูของมวลมนุษยชาติทั้งหมด





