ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (8 เม.ย.) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ตลาดสหรัฐได้แรงหนุนจากข่าวการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ของรอยัล ดัทช์ เชลล์ และรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดมินนิทส์ ที่บ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ยังจะเดินหน้าตามกำหนดการณ์เดิมที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับขึ้น 27.09 จุด หรือ 0.15% มาอยู่ที่ 17,902.51 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์ พี 500 ไต่ระดับขึ้นมา 5.57 จุด หรือ 0.27% มาอยู่ที่ 2,081.9 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับขึ้น 40.59 จุด หรือ 0.83% ปิดการซื้อขายที่ 4,950.82 จุด
นักลงทุนพากันคาดการณ์ว่า เฟดน่าจะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป หลังข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอ่อนแอเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเฟดเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะขึ้นดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อ ข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ยได้
นอกจากการเข้าซื้อบีจี กรุ๊ป ของเชลล์ ในวงเงิน 70,000 ล้านดอลลาร์แล้ว ตลาดยังได้แรงหนุนจากการยื่นข้อเสนอซื้อกิจการเพอร์ริโก ของไมแลน บริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ วงเงิน 28,900 ล้านดอลลาร์
แต่ขาขึ้นของตลาดยังโดนสกัดจากความวิตกในเรื่องการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่กำลังจะมาถึง ซึ่งส่วนใหญ่คาดว่า น่าจะมีการดำเนินงานที่ซบเซาลง
ขณะที่ตลาดหลักๆ ของยุโรป ปิดปรับตัวลดลง จากการที่นักลงทุนพากันรอดูสถานการณ์ล่าสุดในแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ จากรายงานเฟดมินนิทส์ ที่ออกมาหลังจากที่ตลาดยุโรปปิดซื้อขายไปแล้ว
ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ลดลง 0.35% มาอยู่ที่ 6,937.41 จุด ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ของตลาดแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ลดลง 0.72% มาอยู่ที่ 12,035.86 จุด และดัชนีแค็ก40 ของฝรั่งเศส ลดลง 0.28% ปิดซื้อขายที่ 5,136.86 จุด
ปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มกดราคาร่วง
ราคาน้ำมันดิบในตลาโลกดิ่งลงอย่างหนัก จากปริมาณน้ำมันสำรองรายสัปดาห์ของสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และซาอุดีอาระเบีย มียอดการผลิตน้ำมันที่สูงเป็นประวัติการณ์
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ร่วงลง 3.56 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 50.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลง 3.55 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 55.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาร์เรล แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ ที่ 482.4 ล้านบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์กันไว้ถึง 3 เท่า
ราคาน้ำมันยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันขาลง จากการที่รัฐมนตรีน้ำมันซาอุดีอาระเบีย นายอาลี อัล ไนมิ ออกมาเปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบีย มีการผลิตน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึงวันละ 10.3 ล้านบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ถึงวันละ 450,000 บาร์เรล





