"ไอเอ็มเอฟ"คาดการณ์เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวลดลง และอีก 5 ปีข้างหน้ายังไม่ฟื้นเท่าก่อนวิกฤติการเงินโลก
ผลวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และไม่น่าจะดีดตัวกลับสู่ระดับก่อนที่จะเกิดวิกฤติในช่วง 5 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ รายงานวิจัยของไอเอ็มเอฟ ระบุว่า วิกฤติการเงินโลกเมื่อปี 2551 แตกต่างไปจากวิกฤตการณ์ครั้งก่อนๆ เนื่องจากไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกับการปรับตัวลดลงของระดับผลผลิตทั่วโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผลจากการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องของอัตราการขยายตัวด้วยเช่นกัน
แนวโน้มการขยายตัว เป็นปัจจัยชี้วัดว่า เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้รวดเร็วเพียงใด เมื่อไม่มีปัจจัยด้านเงินเฟ้อ หรือเงินฝืดเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟ อาจถูกนำไปใช้เป็นทฤษฎีสนับสนุนการหารือเพื่อกระตุ้นการเติบโต ในการประชุมประจำฤดูใบไม้ผลิระหว่างไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลกสัปดาห์หน้า
ผลวิจัยพบว่า เศรษฐกิจประเทศที่พัฒนาแล้วน่าจะขยายตัวจากราว 1.3% ในระหว่างปี 2551-2557 เป็น 1.6% ในปี 2558-2563 แต่ยังนับว่าต่ำกว่าระดับก่อนที่จะเกิดวิกฤติการเงิน ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.25% ระหว่างปี 2544-2550
ส่วนตลาดเกิดใหม่ น่าจะชะลอตัวลงจาก 6.5% ระหว่างปี 2551-2557 เป็น 5.2% ในปี 2558-2563 หลังจากที่กลุ่มผู้สูงอายุ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ประกอบกับการลงทุนลดลง และผลิตภาพชะลอตัวลง เนื่องจากช่องว่างทางเทคโนโลยีระหว่างตลาดเกิดใหม่และประเทศพัฒนาแล้วเริ่มลดลง





