วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำมันพุ่ง 7% หนุนหุ้นสหรัฐทะยาน

ดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 300 จุด หลังตลาดได้แรงหนุนจากการทะยานขึ้นของราคาน้ำมันที่พุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบปีนี้

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ของสหรัฐ ปิดตลาดเมื่อวานนี้ (3 ก.พ.)ที่ 17,662.10 จุด ทะยานขึ้นมา 301.06 จุด หรือ 1.73% ขณะที่ ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับขึ้น 28.93 จุด หรือ 1.43% มาอยู่ที่ 2,049.78 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับขึ้น 51.05 จุด หรือ 1.09% ปิดซื้อจายที่ 4,727.74 จุด

เทรดเดอร์ชี้ว่า ตลาดได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันสหรัฐ ที่ทะยานขึ้นถึง 7% แตะระดับสูงสุดในรอบปีนี้ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนบรรเทาความวิตกในเรื่องที่ว่า การร่วงลงอย่างหนักของราคาน้ำมัน อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังประสบปัญหาอยู่

นักลงทุนยังมองในแง่บวกมากขึ้นถึงสถานการณ์หนี้กรีซ หลังทางการกรีซ ได้ผลักดันแนวคิด ที่จะให้มีการทำข้อตกลงสวอปหนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าหนี้ต้องยอมรับการตัดหนี้ทิ้ง ในหนี้ต่างชาติของรัฐบาลกรีซ ที่ 315,000 ล้านยูโร สถานการณ์ที่ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นหลักๆ ในยุโรป ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ทะยานขึ้นมา 1.32% ปิดซื้อยายที่ 6,871.80 จุด ขณะที่ดัชนีแด็กซ์30 ของตลาดแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ไต่ระดับขึ้นมา 0.58% ปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ที่ 10,890.95 จุด และดัชนีแค็ก40 ของฝรั่งเศส ปรับขึ้น 1.09% ปิดซื้อขายที่ 4,677.90 จุด

น้ำมันพุ่ง 7%

ความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวในความต้องการโลก และการลดการผลิตของบริษัทน้ำมันจำนวนมาก ที่ช่วยลดปริมาณน้ำมันไหลเข้าสู่ตลาด ช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนมีนาคม ในตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ปรับสูงขึ้น 3.48 ดอลลาร์ หรือ 7% มาอยู่ที่ 53.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคมปีที่แล้ว

ขณะที่ในตลาดลอนดอนนั้น ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ทะยานขึ้นมา 3.16 ดอลลาร์ ปิดซื้อขายที่ 57.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นระดับที่ดีที่สุดนับแต่ปลายปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า การฟื้นตัวของราคาน้ำมันในครั้งนี้ มีแนวโน้มว่าจะอยู่เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะปริมาณการจัดหา ยังคงสูงกว่าความต้องการบริโภค