เอเชียเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆจะปรับลดอัตราดอกพยุงเศรษฐกิจ
หลายประเทศทั่วเอเชียกำลังเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยพะยุงเศรษฐกิจและผ่อนคลายภาระหนี้สินที่สูงมากในภูมิภาค
การเพิ่มขึ้นของราคาผู้บริโภคเกิดขึ้นในเกือบทุกประเทศ หลังจากที่ราค่าน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างข้าว ถั่วเหลือง และน้ำตาลต่างลดลงอย่างหนัก และแม้ว่าราคาเหล่านี้จะลดลงด้วยสาเหตุส่วนหนึ่งของปริมาณสินค้าทั่วโลกที่ล้นตลาด แต่การเติบโตที่ชะลอตัวของจีนก็ยังส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย ทำให้ความต้องการส่งออกของภูมิภาคลดลงตามไปด้วย
ส่วนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ก็ถูกถ่วงดุลจากปัญหาต่าง ๆ ในยุโรป ขณะเดียวกัน การเข้าสู่ภาวะถดถอยของญี่ปุ่นในไตรมาส 3 ก็เป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้ราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
นักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทมอร์แกน สแตนเลย์ในฮ่องกง นายเชตัน อาห์ยา กล่าวว่า ความเสี่ยงสำหรับเอเชียคือ อัตราเงินเฟ้อต่ำจะคงอยู่ต่อไป ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาของญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และทำให้เป็นการยากลำบากมากขึ้นสำหรับบริษัทและครัวเรือนต่าง ๆ ในการใช้หนี้ ดังนั้น แต่ละประเทศจึงมีความจำเป็นที่จะต้องลดดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหานี้
ด้านนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารดอยช์ แบงก์ในเยอรมนี นายไทมูร์ บาอิก กล่าวว่า ประเทศอย่างเกาหลีใต้ อินเดีย และจีน อาจจะลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า เพื่อใช้ประโยน์จากอัตราเงินเฟ้อต่ำ แต่ธนาคารกลางต่างๆ จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะการลดดอกเบี้ยต่ำเกินไป อาจทำให้บรรดานักลงทุนทั่วโลกถอนเงินทุนออกจากสินทรัพย์ในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสหรัฐเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า





