ปิดฉากประชุมสุดยอดG20ไร้เงารัสเซีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ G20 ให้ความสำคัญกับปัญหาพลังงานโลกมาเป็นอันดับแรก
การประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือ G20 ได้ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้ โดยไร้เงาของผู้นำรัสเซียที่อ้างว่าต้องรีบเดินทางกลับก่อนเพื่อไปนอน ขณะที่ประชุมได้มีการรับรองเรื่องสภาพอากาศ พลังงาน และยืนยันว่าจะโดดเดี่ยวรัสเซียเรื่องยูเครนดังเดิม ขณะที่ตุรกีจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในปี 2559
บรรดาผู้นำชาติ G20 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมที่นครบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ในช่วงบ่ายของวันนี้ตามเวลาบ้านเราว่า กลุ่ม G20 จะให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงของพลังงานเป็นอันดับแรก เพราะความมีเสถียรภาพของตลาดน้ำมันในระยะยาวจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรับประกันว่า การปฏิรูปที่ G20 เคยรับปากเอาไว้นั้นจะทำได้สำเร็จ ซึ่งได้แก่ การเดินไปสู่เป้าหมายในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งกลุ่มรวมกันให้ได้ราว 2.1% ภายใน 5 ปีข้างหน้า
นับว่าเป็นครั้งแรกที่ G20 ให้ความสำคัญกับปัญหาพลังงานโลกมาเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่ากลุ่มประเทศ G20 นี้บริโภคพลังงานรวมกันแล้วมากถึงกว่า 80% ของโลก ใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากถึง 60% ของการผลิต และใช้ถ่านหินกว่า 90% ของการผลิตทั้งโลก
ที่ประชุมได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีพลังงานของประเทศสมาชิกกลับมาพบกันอีกครั้งในปีหน้า แล้วรายงานว่ามีหนทางใดบ้างที่จะปฏิรูประบบพลังงานของโลกใหม่ ซึ่งหนังสือพิมพ์ ดิ ออสเตรเลียน รายงานว่า อาจจะมีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาปกป้องไม่ให้มีการนำปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองระหว่างประเทศ แล้วก็มีการเพิ่มสิทธิ์และเสียงของประเทศกำลังพัฒนาให้มากขึ้น
ข้อตกลงครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกร่วงลงไปราว 30% แล้วนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดิบทรุดฮวบลงไปอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,500 บาทต่อบาร์เรล ซึ่งก่อนหน้านี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้กล่าวก่อนหน้าการประชุมสุดยอด G20 ว่า การอ่อนค่าของราคาน้ำมันในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เรื่องนี้ก็ส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบด้วยเช่นกัน ซึ่งในจำนวนนั้นมีเวเนซูเอลา อิหร่าน และรัสเซียซึ่งเป็นประเทศสมาชิก G20 รวมอยู่ด้วย
นอกจากนี้ G20 ยังจะเห็นชอบให้มีการผลักดันเรื่องการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกอย่างจริงจังอีกด้วย ส่วนในเรื่องของรัสเซียนั้น นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษกล่าวว่า ชาติตะวันตกได้ส่งสาส์นที่ชัดเจนไปถึงรัสเซียแล้วว่า ยอมรับไม่ได้กับการเข้าไปยุ่มย่ามเรื่องของยูเครน และถ้าหากรัสเซียยังไม่ยอมหยุดก็จะต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากชาติตะวันตกต่อไป





