"ไอเอส"สังหารสมาชิกชนเผ่าในจังหวัดอันบาร์ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศไปกว่า 300 คน
ทางการอิรักยืนยันเป็นครั้งแรกว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามหรือไอเอส ได้สังหารสมาชิกชนเผ่าในจังหวัดอันบาร์ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศไป 322 คน
กระทรวงสิทธิมนุษยชนอิรัก แถลงว่า จำนวนของชนเผ่าอัลบู นิมร์ ที่ถูกกลุ่มไอเอสสังหาร มีทั้งสิ้น 322 คน และพบศพเด็กกับผู้หญิงในบ่อน้ำมากถึง 50 ศพ
ก่อนหน้านี้ หนึ่งในผู้นำชนเผ่า เปิดเผยว่า กลุ่มไอเอสได้สังหารคนอย่างเป็นระบบ และยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ ทำให้กลายเป็นเหตุนองเลือดที่เลวร้ายที่สุดในอิรัก นับตั้งแต่กลุ่มดังกล่าวกระจายกำลังผ่านทางเหนือของประเทศเมื่อเดือนมิถุนายน โดยมีเป้าหมายจัดตั้งรัฐคอลิฟะฮ์ทั้งในอิรักและซีเรีย และบอกว่าได้ร้องขอไปยังรัฐบาลและกองทัพอิรักหลายครั้งให้ส่งอาวุธมาช่วย แต่กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ
สถานีโทรทัศน์ของทางการ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อาบาดี ได้สั่งให้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอสรอบเมืองฮิต เพื่อตอบการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้
ขณะที่ในซีเรีย กลุ่มไอเอสได้เผย รูปภาพ 18 รูปผ่านทางสังคมออนไลน์ โดยเป็นภาพที่สมาชิกกลุ่มชูธงเหนือแหล่งก๊าซจาฮาร์ในจังหวัดฮอมส์ทางภาคกลางของประเทศ รวมทั้งยึดยานพาหนะและอาวุธหนักได้สำเร็จ
ปัจจุบันนักรบกลุ่มไอเอสยึดพื้นที่ได้หนึ่งในสามของซีเรียรวมทั้งพื้นที่หลายส่วนในอิรัก และมักประกาศชัยชนะในการยึดพื้นที่ใหม่เพิ่มเติม โดยรายงานระบุว่า กลุ่มไอเอสยึดรถถัง 2 คัน รถเอนกประสงค์ขับเคลื่อนสี่ล้อ 7 คัน และปืนกล ขณะที่กองกำลังที่มีสหรัฐเป็นผู้นำออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอสมาตั้งแต่เดือนกันยายน แต่สหรัฐระบุว่าไม่ได้ประสานกับกองกำลังรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาดของซีเรียในการสู้รบกับกลุ่มไอเอส





