วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิกฤตอิรักเป็นความล้มเหลวของสหรัฐ

นักวิชาการสหรัฐชี้การผงาดของนักรบสุดโต่ง เป็นผลพวงความผิดพลาดของสหรัฐ ที่บุกอิรักเมื่อกว่า10ปีก่อน

การรุกคืบไล่ยึดเมืองในอิรักของนักรบสุดโต่งสุหนี่ในเวลาอันรวดเร็วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นักวิจารณ์การตัดสินใจบุกอิรักเมื่อปี 2546 ของรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชแห่งสหรัฐ ออกมาระบุว่า เป็นอีกหลักฐานยืนยันถึงหายนะของสงครามในครั้งนั้น

นักคิดอนุรักษนิยมใหม่ ที่สนับสนุนการตัดสินใจของบุช อ้างว่า สงครามเป็นหนทางสร้างต้นแบบประชาธิปไตยในตะวันออกกลาง แต่ที่สุดเป็นการกระพือเชื้อความแตกแยกระหว่างอิรักสุหนี่กับชีอะต์ถึงจุดแตกหัก จนส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วภูมิภาคอยู่ในเวลานี้

ศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน นักวิจารณ์สงครามอิรักตัวยง นายฮวน โคล กล่าวว่า รัฐบาลบุชอ้างผิดๆ ว่าจำเป็นต้องบุกอิรัก เพราะรัฐบาลแบกแดดเกี่ยวข้องกับอัล-ไกด้า แต่จริงๆ ไม่เคยมี และกลับกัน กลายเป็นการสร้างเงื่อนไขเอื้อให้นักรบสุดโต่งกลับมา และยึดครองดินแดนได้อีกครั้ง พร้อมกับโทษว่า ปัญหาอิรักวันนี้ เป็นมรดกของลัทธิจักรวรรดินิยมยุโรปเมื่อศตวรรษก่อน ผู้นำในแบกแดดที่ยึดติดนิกาย และกองทัพอิรักที่ผ่านการฝึกของสหรัฐไม่ต่อสู้

ขณะที่ นักข่าวและนักเขียนของเดอะนิวยอร์กเกอร์ นายเด็กซเตอร์ ฟิลคินส์ ชี้ว่า ความผิดพลาดยุทธศาสตร์หลังบุกอิรัก เมื่อเดือนมีนาคม 2546 กรณีที่สหรัฐทำลายรัฐอิรัก ทั้งกองทัพ ระบบราชการ กองกำลังตำรวจและอื่นๆ ที่อาจเป็นกลไกสร้างความเป็นปึกแผ่นในประเทศนี้ได้ จากนั้นใช้เวลาอีก 9 ปี พยายามสร้างรัฐใหม่ แต่สิ่งที่สหรัฐทิ้งไว้เบื้องหลังคือ รัฐอิรัก ที่ไม่สามารถยืนบนขาของตัวเองได้