วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นักประดาน้ำ'กำลังหลักค้นหาเหยื่อเฟอร์รีล่ม

บรรดาหน่วยกู้ภัยที่เป็นนักประดาน้ำ ทั้งพลเรือน ยามชายฝั่ง และทหารเรือ นับร้อยคน พากันเสี่ยงชีวิตตัวเอง เพื่อค้นหาผู้โดยสารที่ยังสูญหายอยู่

ท่ามกลางความสูญเสีย และความเศร้าสลด จากเหตุการณ์เรือเฟอร์รีล่มที่เกาหลีใต้นั้น บรรดาหน่วยกู้ภัยที่เป็นนักประดาน้ำ ทั้งพลเรือน ยามชายฝั่ง และทหารเรือ นับร้อยคน พากันเสี่ยงชีวิตตัวเอง เพื่อค้นหาผู้โดยสารที่ยังสูญหายอยู่

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่มนักประดาน้ำประสบความสำเร็จ สามารถเข้าไปในซากเรือได้ หลังจากที่ดำเนินความพยายามมานานถึง 4 วัน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายอย่างมาก

แม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่จะต้องสูญเสียชีวิตตัวเองไปด้วยก็ตาม แต่นักกู้ภัยเหล่านี้ ก็ตั้งอกตั้งใจปฏิภารกิจอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ด้วยความหวังว่า อาจพบผู้รอดชีวิตอยู่ในซากเรือที่จมลงไปอยู่ในท้องทะเล และมีนักประดาน้ำพลเรือนจำนวนไม่น้อย ที่มองเหตุการณ์ครั้งนี้ เหมือนกับว่า ผู้เคราะห์ร้ายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวตัวเอง

คัง อิน คู หนึ่งในนักประดาน้ำพลเรือน ที่เข้าร่วมภารกิจกู้ภัย บอกว่า ตัวเขาเองก็มีลูก และเข้าใจดีว่า ญาติพี่น้องจะรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องเจอกับเหตุเศร้าสลดแบบนี้

แต่ถึงแม้จะอุทิศตัวเองอย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญ ก็ถือว่าหนักหนาสาหัสเช่นกัน

อดีตหัวหน้าหน่วยกู้ซากเรือ ของกองทัพเรือเกาหลีใต้ "ชุง วูน แช" บอกว่า อุปสรรคใหญ่สุดของการปฏิบัติงานในครั้งนี้ คือ สภาพอากาศที่ย่ำแย่ ทัศนวิสัยใต้น้ำ และความลึกในจุดที่เรือจมลงไป

เขาบอกว่า งานนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนกับที่คิดกัน โดยตัวเขาเข้าใจดีถึงความร้อนอกร้อนใจของครอบครัวเหยื่อ ที่มองว่า การกู้ภัยเป็นไปอย่างล่าช้า แต่เชื่อว่า นักประดาน้ำเหล่านี้ ได้ทำดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้แล้ว

บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุนั้น เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักเดินเรือว่า เป็นจุดที่มีคลื่นแรง และเป็นร่องน้ำที่เชี่ยวสุดเป็นอันดับ 2 ของเกาหลีใต้ ซึ่งนับแต่ปี 2545 เป็นต้นมา เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นในบริเวณนี้มาแล้วถึง 58 ครั้ง และในบางครั้งคลื่นแถบนี้ จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึง 11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือสูงกว่า 2 เท่า ของระดับความปลอดภัยของการดำน้ำ

อดีตกัปตันเรือลาดตระเวนของกองทัพเรือ "ชิน ฮัง ซุบ" บอกว่า แม้กระทั่งเรือของทหารเอง ยังหลีกเลี่ยงที่จะแล่นเข้ามาในบริเวณนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ทัศนวิสัยใต้น้ำที่ย่ำแย่ ยังเป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับการกู้ภัย เพราะทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น ที่นักประดาน้ำอาจจะโดนวัตถุที่กระเด็นออกจากเรือ และลอยอยู่ในน้ำ อย่าง ตู้ขายของอัตโนมัติ ลอยมากระแทกได้

อุปสรรคอีกอย่างหนึ่ง คือ ความลึกของจุดที่เรือจม โดยเชื่อว่า เรืออาจจมลงไปอยู่ในระดับที่ลึกสุดถึง 37 เมตร หรือสูงกว่าระดับที่เป็นอันตรายสำหรับมนุษย์ ที่ 40 เมตร เพียง 3 เมตรเท่านั้น ซึ่ง ชุง อดีตหัวหน้าหน่วยกู้ซากเรือบอกว่า ระดับความลึกดังกล่าว ทำให้มีความเสี่ยงอย่างมาก แม้จะเป็นนักประดาน้ำที่เชี่ยวชาญอย่างมากก็ตาม