มาเลเซียเผยดาวเทียมพบภาพวัตถุต้องสงสัย 122 ชิ้น ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ในบริเวณที่เชื่อว่าเป็นจุดตกของเที่ยวบินที่สูญหายไป
นายฮิชามุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหม และรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย แถลงความคืบหน้าการค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ว่า มาเลเซียได้รับภาพถ่ายดาวเทียมแสดงภาพวัตถุอีก 122 ชิ้นในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ที่เชื่อว่าเป็นปลายทางสุดท้ายหลังสูญหายจากจอเรดาร์และตกในบริเวณนั้น
นายฮุสเซน กล่าวว่า สำนักงานการสำรวจระยะไกลมาเลเซีย ได้วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่แอร์บัส ดีเฟนซ์ แอนด์ สเปซ ในฝรั่งเศส บันทึกไว้เมื่อ 23 มีนาคม และสามารถระบุได้ว่าเป็นวัตถุที่อาจเกี่ยวโยงกับเครื่องบินลำนี้ จำนวน 122 ชิ้นกระจายในพื้นที่ 400 ตารางกิโลเมตร
วัตถุบางชิ้น มีความยาว 1 เมตร บางชิ้นยาวถึง 23 เมตร บางส่วนดูเหมือนเป็นวัตถุสีสว่าง ซึ่งบ่งว่าอาจเป็นโลหะแข็ง
รักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย กล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้อย่างแน่นอนว่าเป็นชิ้นส่วนจากเครื่องบินลำที่หายหรือไม่ แต่ถือเป็นเบาะแสใหม่ที่จะช่วยชี้ทางปฏิบัติการค้นหา
วัตถุทั้งหมดที่พบ อยู่ห่างจากเมืองเพิร์ธ รัฐออสเตรเลียตะวันตก ประมาณ 2,557 กิโลเมตร มาเลเซียได้ส่งมอบข้อมูลให้กับศูนย์ประสานงานและกู้ภัยออสเตรเลีย ในเมืองเพิร์ทแล้วตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม สำหรับการค้นหาเวลานี้แบ่งออกเป็นส่วนหนึ่งคือ ฝั่งตะวันออกกับตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียตอนใต้
ขณะที่ บริษัทริบเบค ลอว์ ในนครชิคาโกของสหรัฐ บริษัทกฎหมายชื่อดังของโลกที่เชี่ยวชาญการทำคดีการบิน เปิดเผยว่า บริษัทได้เป็นตัวแทนของครอบครัวของผู้โดยสารชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งบนเที่ยวบินนี้ ยื่นฟ้องต่อศาลในเขตคุก เคาน์ตี รัฐอิลลินอยส์ เพื่อขออำนาจศาลบังคับให้บริษัทโบอิง ผู้ผลิตเครื่องบิน โบอิง 777-200อีอาร์ลำที่ประสบเหตุจมลงในมหาสมุทรอินเดีย และสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เจ้าของเครื่องบิน มอบข้อมูลหลักฐานต่างๆเพื่อให้ความกระจ่างเกี่ยวกับคดีปริศนาของเที่ยวบินเอ็มเอช370 ทั้งในส่วนรายชื่อผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องบิน ผู้ตรวจสอบและซ่อมบำรุงเครื่องบิน และข้อมูลเกี่ยวกับลูกเรือ





