วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การบินเอเชียทดสอบสภาพจิตนักบินเข้ม

การหายไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลาเกือบ2สัปดาห์ของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ทำให้หลายฝ่ายหันมาให้ความสนใจมาตรฐานการตรวจสอบสภาพจิตของกัปตัน

การหายไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส โดยมีความเป็นไปได้ว่านักบินอาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ทำให้หลายฝ่ายหันมาให้ความสนใจว่า สายการบินต่าง ๆ มีมาตรฐานการตรวจสอบสภาพจิตของกัปตันของสายการบินพาณิชย์ที่ดีพอหรือไม่

ที่น่าประหลาดใจคือ ผลการตรวจสอบพบว่าประเทศเอเชีย และยุโรปตะวันออกมีเงื่อนไขในการตรวจสอบนักบินที่ยุบยับ ยุ่งยากมากกว่าประเทศตะวันตกเสียอีก แต่ผู้เชี่ยวชาญ เช่น นายแพทย์เอียน เฉิง แพทย์จากซิดนีย์ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสมาคมแพทย์การบินออสเตรเลีย กลับบอกว่าความเข้มงวดกวดขันที่มากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสมอไป ต้องขึ้นอยู่กับปูมหลังทางวัฒนธรรม และการมองสิ่งต่าง ๆ ของนักบินผู้นั้นด้วย

ชาวอเมริกันที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฝึกนักบิน กล่าวว่า การทดสอบสภาพจิตอย่างเข้มงวดไม่จำเป็นในตลาดการบินที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างสหรัฐ เพราะว่าสายการบินต่าง ๆ ของสหรัฐมักจะจ้างนักบินทหาร หรือพลเรือนที่เก่ง มีประสบการณ์มาหลายพันชั่วโมงมาทำงาน จึงตัดปัญหาเรื่องรับนักบินที่สภาพจิตใจไม่มั่นคงมาขับเครื่องบินโดยสารทิ้งไปได้

สำนักงานความปลอดภัยทางการบินยุโรปก็ไม่มีข้อกำหนดให้มีการตรวจสอบสภาพจิตของนักบินอยู่เป็นประจำ แต่จะสั่งให้กระทำก็ต่อเมื่อตรวจสอบพบเรื่องน่าวิตกระหว่างการตรวจร่างกายนักบินเป็นระยะ ซึ่งจะมีการพูดคุยเพื่อสอบถามสภาพจิตใจไปด้วย

ทางด้านองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอซีเอโอ ก็มีความเห็นสอดคล้องกันว่า การทดสอบสภาพจิตของลูกเรือแทบไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสกรีนก่อนที่จะจ้างนักบิน เพราะการทดสอบบุคคลิกภาพเพียงอย่างเดียวยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเครื่องมือที่ไว้ใจได้ในการทำนายความผิดปรกติทางจิตของผู้ที่จะมาเป็นนักบิน

ทั้งนี้ สายการบินต่าง ๆ นอกสหรัฐประสบปัญหาทางการเงินจึงต้องมีการทดสอบสภาพจิตนักบินเพื่อดูว่าคุ้มค่าที่จะลงทุนในตัวพนักงานคนนั้นหรือไม่ อย่างเกาหลีใต้ และสิงคโปร์กำหนดให้ต้องประเมินบุคคลิกภาพเวลาจ้างนักบินด้วย โดยสายการบินเกาหลีใต้มีคำถามทดสอบบุคคลิกภาพถึง 350 ข้อ แถมยังประเมินเดี่ยว และประเมินกลุ่ม โดยครอบคลุมไปถึงสมาชิกในครอบครัวด้วย

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่านักบินมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ แต่ซีอีโอของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ก็ออกมาบอกแล้วว่าอาจจะปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบสภาพจิตของนักบินประจำสายการบินใหม่ โดยจะดูว่าสามารถทำให้เข้มงวดขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์เอียนกล่าวว่า ระบบให้นักบินเปิดเผยข้อมูลด้วยตัวเองมีช่องโหว่ เพราะนักบินสามารถโกหกหากตัวเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตได้

นายแพทย์เฉิงกล่าวว่า ถ้านักบินไม่อยากเปิดเผยข้อมูล ก็จะไม่ตอบตามความเป็นจริง เพราะเวลาที่พวกเขาให้ข้อมูลทางการแพทย์นั้นมีเป้าหมายเดียวคือทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ผ่านการทดสอบ