วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ฮานอย'เปิดคาเฟ่สัตว์เลื้อยคลาน

หนุ่มเวียดนามผุดไอเดียเปิดคาเฟ่สัตว์เลื้อยคลานให้คนมาเล่นกับงู กิ้งก่า แมงมุม หวังให้เลิกมองสัตว์ป่าเป็นเพียงอาหารเมนูเปิบพิสดาร

นายเหงียน มินญ์ เงีย หนุ่มเวียดนามวัย 31 ปี ได้เปิดคาเฟ่สัตว์เลี้ยงชื่อ "เพ็ต คาเฟ่" ขึ้นในกรุงฮานอย แล้วนำเอาสัตว์ป่า และสัตว์เลื้อยคลานอย่าง งู กิ้งก่า แมงมุมทารันทูลา และตัวเม่นมาให้ลูกค้าได้เล่นระหว่างที่รับประทานอาหาร โดยบอกว่าอยากให้คนรู้สึกสบายใจกับสัตว์ประเภทนี้ โดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลาน จะได้เลิกกลัวพวกมันเสียที

เพ็ต คาเฟ่ เปิดมาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว และจนถึงบัดนี้ก็ยังคงเป็นคาเฟ่สัตว์เลี้ยงเพียงแห่งเดียวในกรุงฮานอย โดยลูกค้าสามารถนั่งที่โต๊ะไม้ไผ่เล็ก ๆ แล้วสั่งเครื่องดื่มร้อน หรือน้ำผลไม้มาจิบ ระหว่างที่เล่นกับสัตว์ที่ถูกนำมาโชว์ตัวไปด้วย

เจ้าของร้านคนนี้กล่าวว่า เวลาลูกค้าเข้ามาในร้าน พวกเขามักจะกลัว แต่หลังจากที่ได้เล่นกับงู และกิ้งก่าแล้ว พวกเขาจะผ่อนคลายขึ้นและรู้สึกสนุกไปด้วย

นางฟาม ทู เฟือง และ นางง็อก ฮวง บิจ นักศึกษาเศรษฐศาสตร์วัย 20 ปี เลือกนั่งจิบชาอยู่ข้างกรงงูเหลือมขนาดใหญ่ นส.เฟืองบอกว่า เพื่อนคนหนึ่งอัพรูปอยู่กับงูในคาเฟ่แห่งนี้ลงบนเฟซบุ๊ค พวกเธอเลยอยากมาดูบ้าง แล้วมันก็น่าสนใจมากเพราะยังไม่เคยมีคาเฟแบบนี้ในฮานอยเลย ขณะที่ นส. บิจ บอกว่ารอเพื่อนมาก่อนถึงจะจับงูมาเล่น ตัวเธอเองไม่กลัวงู แต่จะไม่ยอมจับแมงมุมเด็ดขาด เพราะมันน่าขยะแขยง

มีสัตว์อยู่ 30 ตัวในเพ็ต คาเฟ่ แต่นายเงียยังเก็บสัตว์อีก 10 ตัวไว้ที่บ้าน เขาเป็นนายหน้าค้าหุ้นมาก่อน และเริ่มสะสมสัตว์เลี้ยงเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ส่วนใหญ่จะซื้อมาจากไทย รวมถึงอิกัวนาที่ตอนซื้อมีขนาดแค่นิ้วหัวแม่มือ แต่ตอนนี้ยาว 1.7 เมตรแล้ว

นายเงียบอกว่าเขาเรียนรู้วิธีดูแลสัตว์จากทางอินเทอร์เน็ต และเลี้ยงสัตว์ทุกตัวมาด้วยตัวเองตั้งแต่เล็ก ทำให้สัตว์ในร้านของเขาเชื่อง จับเล่นได้อย่างปลอดภัย พร้อมกับอวดทารันทูลาขนปุยบนอุ้งมือให้ดู ขณะที่บนกำแพงร้านมีรูปลูกสาววัย 5 ขวบของเขากำลังเล่นอยู่กับงูเหลือมตัวใหญ่

เวียดนามขึ้นชื่อเรื่องการบริโภคสัตว์ป่า โดยงูมักจะถูกจับไปแช่เหล้าทำเป็นยาดอง และยังเป็นเมนูเปิบพิสดารตามร้านขายอาหารป่าด้วย แต่นายเงียกลับอยากเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กแล้ว และตอนนี้เขาก็ห้ามเพื่อน ๆ กินเนื้องู และดื่มยาดองงู และหวังว่าถ้าเพื่อน ๆ ได้เห็นว่างูน่ารักยังไงพวกเขาอาจจะไม่อยากกินมันก็ได้

อย่างไรก็ตาม การดูแลสัตว์มีค่าใช้จ่ายเยอะ เพราะสัตว์เลื้อยคลานต้องการตะเกียงให้แสงสว่างแทนแสงอาทิตย์ทำให้ต้องนำเข้าอุปกรณ์มาที่ดูแลยากที่สุดคือกิ้งก่าซึ่งต้องการอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี แต่ฮานอยหนาวมากในหน้าหนาว

นายเงียใช้เงินดูแลสัตว์เดือนละตกหมื่นบาททำให้ตั้งแต่เปิดมา คาเฟ่แห่งนี้ไม่เคยทำกำไรเลย แต่เงียบอกว่าเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเขา การเลี้ยงสัตว์พวกนี้ถือเป็นงานอดิเรกที่ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่มีประโยชน์