"ธนาคารกลางเวียดนาม"ลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี หวังกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
ธนาคารกลางเวียดนาม ลดดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี โดยปรับลดดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่เก็บจากเงินกู้ ซึ่งปล่อยให้ธนาคารพาณิชย์ เหลือ 6.5% จาก 7% ทั้งยังลดดอกเบี้ยดิสเคานท์ เรท หรือดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 4.5% จาก 5% ส่วนเพดานอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะลดลงเหลือ 1% จาก 1.25% เพดานเงินกู้สกุลด่อง ที่ใช้ในการทำข้อตกลงทางธุรกิจกับภาคเกษตร ภาคส่งออก และบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมก็ถูกปรับลดลงเหลือ 8% จาก 9%
การปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าว มีผลบังคับใช้เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) เพื่อกระตุ้นให้มีการปล่อยกู้แก่ธุรกิจต่างๆ มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมา เวียดนาม พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการในประเทศซบเซา ปัญหาในภาคธนาคาร การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ลดลง และปัญหาการเงินของรัฐวิสาหกิจ
เวียดนามลดดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย เมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว ทำให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำที่สุดตั้งแต่ปลายปี 2552 ขณะที่เมื่อปีที่แล้วเงินเฟ้อชะลอลงเหลือ 6.04% จาก 6.81% ส่วนเศรษฐกิจขยายตัว 5.43%
ขณะที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ แถลงว่า ขอบเขตของการคงอัตราดอกเบี้ยเริ่มแคบลง แม้จะคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบที่เหมาะสม
ทั้งนี้ เงินเฟ้อรายปี ในเดือนกุมภาพันธ์ ของฟิลิปปินส์ อยู่ที่กว่า 4% เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันจากเป้าที่กำหนดไว้ที่ 3-5% และบรรดาผู้กำหนดนโยบายคาดว่า อัตราเงินเฟ้อ จะอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 4.3% ในปีนี้ เทียบกับ 3% ในปี 2556
ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั่วข้ามคืนไว้ที่ระดับ 3.5% นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2556 แต่นักวิเคราะห์มองว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันจากต้นทุนอาหาร และสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเปโซ ที่อ่อนค่าลง





