วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิวัติระลอกสองยูเครนการต่อสู้ที่ยังไม่แบ่งสี

สิ่งที่แขกที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมยูเครน บริเวณจตุรัสอินดีเพนเดนซ์ หรือจตุรัสอิสรภาพ เห็นจนชินตาคือสีเหลืองกับฟ้า อันเป็นสีธงชาติยูเครน

ขณะที่ในความเป็นจริงนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมที่มีท่าทีต่อต้านประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช ยังไม่ได้เลือกว่าจะใช้สีอะไรเป็นตัวแทนในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ แตกต่างจากเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ที่ยูเครนเผชิญ "การปฏิวัติสีส้ม" อันส่งผลให้นักการเมืองที่มีแนวคิดเอนเอียงไปทางตะวันตก ได้ขึ้นสู่อำนาจ

นางสาวสเวตลานา ผู้ประท้วงคนหนึ่ง กล่าวอย่างครุ่นคิด ว่ายังหาสีไม่เจอ เธอเข้าร่วมการประท้วงเป็นครั้งที่ 10 นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เมื่อนายยานูโควิชไม่ยอมลงนามข้อตกลงทางการค้าและการเมืองกับอียู แต่หันไปกระชับสัมพันธ์กับรัสเซียแทน การเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจประชาชนที่สนับสนุนอียู ซึ่งได้รวมตัวกันชุมนุม

การประท้วงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องและขยายไปยังส่วนอื่น ๆ ของประเทศ นอกจากนั้น การประท้วงที่เริ่มต้นขึ้นด้วยความไม่สงบในประเทศ ยังขยายตัวเป็นการต่อสู้อันยิ่งใหญ่เพื่ออนาคตของยูเครน ระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตก

นายยานูโควิชตกที่นั่งลำบาก เพราะแม้ได้ยอมอ่อนข้อให้ผู้ประท้วงโดยรับการลาออกของรัฐบาลรวมถึงนายกรัฐมนตรี แต่ขณะเดียวกันเขาก็ต้องเอาใจรัสเซีย เพราะยูเครนเป็นหนี้ค้างจ่ายในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติหลายพันล้านดอลลาร์

นางสาวสเวตลานาบอกว่า สีเหลืองกับฟ้าคือสีของยูเครน ที่ประชาชนรักใคร่ แต่ทางการก็ใช้สีเหล่านี้ด้วย ดังนั้นเธอจึงคิดว่าควรจะใช้สีเทา เพราะการปฏิวัติครั้งนี้ยังคงดำเนินต่อไปยาวนานมาก และไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร

ระหว่างการประท้วงมีป้ายหลายผืนใช้สีฟ้าของอียูซึ่งเข้มกว่าบนธงชาติยูเครน พรรคปิตุภูมิ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านของอดีตนักมวย "นายวิตาลี คลิทช์โก" และอดีตนายกรัฐมนตรี "นางยูลิยา ทีโมเชนโก" ใช้ป้ายทั้งสีขาวและแดง

สีอื่น ๆ ที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดคือสีแดงและดำของกลุ่มชาตินิยมขวาจัด "พราวี เซกเตอร์" และพรรคเสรีภาพ ที่หัวหน้าพรรคเป็นหนึ่งในสามแกนนำฝ่ายค้าน

เหล่าศิลปินระบายสีกำแพงบนถนนกรูเชฟสกีในกรุงเคียฟ โดยไม่เจาะจงเลือกใช้สีใดเป็นการเฉพาะ บริเวณนี้เป็นจุดปะทะระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงเมื่อเดือนมกราคมจนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย บาดเจ็บหลายร้อยราย

ข้อความสีฟ้าอันหนึ่งบรรยายว่า "เราจะไม่ลืมการต่อสู้ของเหล่าวีรชน ณ จัตุรัสอิสรภาพ"

ข้อความสีแดงกล่าวว่า "ตะวันออกและตะวันตกจะไปด้วยกัน" ขณะที่มีข้อความสีดำอีกอันหนึ่งประกาศว่า ถึงเวลาต้องสู้