วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจอินโดฯโตต่ำสุดรอบ 4 ปี

เศรษฐกิจอินโดนีเซียปีที่แล้วขยายตัว 5.78% ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี

เศรษฐกิจอินโดนีเซียปีที่แล้ว ขยายตัวในระดับต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี แต่ยังถือว่าขยายตัวได้สูงกว่าการคาดหมายแม้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความปั่นป่วนในตลาดเกิดใหม่

สำนักงานสถิติรายงานว่าจีดีพีปีที่แล้วขยายตัว 5.78% ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 ที่เศรษฐกิจอินโดนีเซียขยายตัวได้ไม่ถึง 6% แต่ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าการคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะโตได้เพียง 5.7%

นายเซอร์ยามิน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติ กล่าวว่าการลงทุนชะลอตัวลง เพราะนักลงทุนวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม การที่จีดีพีขยายตัวในระดับสูงกว่าการคาดหมาย ทำให้หลายฝ่ายมองว่าปัญหาต่างๆ อาจยุติลงแล้ว ประกอบกับระยะหลังมีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจแง่บวก รวมถึงการได้เปรียบดุลการค้าที่พุ่งขึ้น และเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับเศรษฐกิจ

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อกองทุนต่างประเทศถอนการลงทุนออกจากตลาดเกิดใหม่ เพราะวิตกเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดการเข้าซื้อพันธบัตร นอกจากนั้น เศรษฐกิจอินโดนีเซียยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายใน อย่างการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง เงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นสืบเนื่องจากการขึ้นราคาพลังงาน รวมถึงการดำเนินนโยบายต่างๆ ที่ถูกวิจารณ์ว่าชาตินิยมและบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน

นอกจากนั้น อินโดนีเซียซึ่งมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ยังได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซบเซา โดยเฉพาะจากจีน

ทางการอินโดนีเซียพยุงเศรษฐกิจด้วยการขึ้นดอกเบี้่ยเมื่อเดือนมิ.ย.-พ.ย.ปีที่แล้ว ท่ามกลางเสียงเตือนจากนักวิเคราะห์ว่าหากขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไปเสี่ยงจะกระทบต่อการเติบโต

สำหรับไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว จีดีพีขยายตัว 5.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แรงหนุนจาการส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้นผลจากเงินรูเปียะห์อ่อนค่า และการบริโภคเอกชนที่ยังแข็งแกร่ง โดยการบริโภคของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 5.25%

นายแดเนียล วิลสัน นักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารเอเอ็นแซท คาดว่าความต้องการในประเทศจะยังมีอยู่ในระดับพอประมาณในปีนี้ อันจะช่วยให้ตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมีเสถียรภาพ แต่การเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามาอาจเป็นตัวจำกัดการขยายตัวของการบริโภค โดยจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาในเดือนเม.ย. และเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนก.ค.