ผู้นำธนาคารหารือการเงินโลกหลังวิกฤติ ประเด็นวิกฤติการเงินโลกพ้นอันตรายแล้วจริงหรือไม่
บรรดานายธนาคารใหญ่ระดับโลกร่วมประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัมหรือดับเบิลยูอีเอฟในประเด็นที่ว่า วิกฤติการเงินโลกพ้นอันตรายแล้วจริงหรือไม่
ในการประชุมดับเบิลยูอีเอฟที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของธนาคารเอชเอสบีซี "นายดักลาส ฟลินท์" กล่าวว่า ตลาดต่าง ๆ เริ่มปลอดภัยขึ้น แต่อาจมีการฟ้องร้องมากผิดปกติและน่าตกใจ หากหลังวิกฤติ 6 ปี ระบบธนาคารยังไม่สามารถปรับตัวให้ดีกว่าก่อนเกิดวิกฤติได้
สำหรับนายฟลินท์ มีหลายสิ่งทำสำเร็จนับแต่ช่วงเวลาที่ย่ำแย่หลังธนาคารเลห์แมน บราเธอร์ล้มละลายในปี 2551 เขากล่าวว่า ทุกวันนี้ธนาคารใช้เวลาในการกำกับดูแลมากกว่าในอดีต และเป็นภาคที่กำกับดูแลตนเองมากกว่าธุรกิจอื่น หรืออาจมากกว่าอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการบริษัทการลงทุนเอลเลียต แมเนจเมนท์ "นายพอล ซิงเกอร์" มีข้อสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับความก้าวหน้าของภาคธนาคารตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงิน และกังวลว่ามาตรการที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะจากธนาคารกลาง อาจสร้างภัยคุกคามที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
นายซิงเกอร์ กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายแห่งนำโดยธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด อัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเข้าสู่ระบบการเงินโลก โดยปราศจากความเข้าใจที่แท้จริงถึงวิธีการดำเนินนโยบายในระยะยาว และไม่มีสัญญาณความยุ่งยากจากการผ่อนคลายนโยบายหรือทำให้ราคาหุ้นและพันธบัตรตกลงอย่างรุนแรงหรือไม่
สำหรับการหารือกันโดยรวมในเรื่องเศรษฐกิจ ทุกคนเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่รอยแผลเป็นจากวิกฤติยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อสงสัยเรื่องความสามารถของรัฐบาลที่จะเข้ามาช่วยเหลือภาคธนาคารซ้ำอีกครั้ง





